<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>49tennis Professional</title>
	<atom:link href="http://www.49tennis.com/rqclub/?feed=rss2" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.49tennis.com/rqclub</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Sat, 28 Apr 2012 17:56:56 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>ข้อคิดจากหนัง</title>
		<link>http://www.49tennis.com/rqclub/?p=503</link>
		<comments>http://www.49tennis.com/rqclub/?p=503#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 28 Apr 2012 16:42:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[General]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.49tennis.com/rqclub/?p=503</guid>
		<description><![CDATA[THE_LEGENOL_IS_BOUN_IP_MAN หนังเรื่องนี้ สอนว่า จงใช้ใจแทนสายตา ใจที่สงบก้อมาถูกทางแล้ว จงเคลื่อนไหวไปตามที่ใจคิด การเก็บมือ ยื่นมือ millondallar baby ทุกคนก้อเคยแพ้ แล้วเราจะกลับมาใหม่ เธอเริ่มเป็นมะเร็งผิวหนัง เพราะร่างกายไม่ได้ขยับเขยื่อน เขาเป็นนักมวยที่ เด็กกว่าเธอ แรงกว่า ประสบการณ์สูง คราวนี้เธอจะทำอย่างไร อย่าเพิ่งเหลิง เธอทำดีแล้ว กฏ คือ ป้องกันตัวตลอดเวลา ฉันหายใจเป็นแล้ว ไม่จริง เธอยังไม่ทันหอบ ใครอยากจะเห็นนักมวยตัวเองขายหน้า เราบิดหัวแม่เท้าขวา เมื่อเราจะไปทางขวา มวยคือสิ่งเดียวที่ฉันรู้สึกดี ฉันไม่เหลืออะไร ฉันรู้ถ้าคุณสอน คุณสอนฉัน ฉันเป็นแชมป์แน่ ตั้งตัวตรง งอเข่าเล็กน้อย ต้องชกให้ตรงจุด ไม่ต้องดูที่อื่น ดูเท้าเท่านั้น สอนวิธียืน กว้างระดับไหล่ ตายเมื่อไหร่ค่อยพัก บอกลืมทุกอย่างที่รู้ไม่พอ ต้องทำให้เขาลืมจนสิ้น ทำให้เขาเหนื่อย จนได้ยินเสียงคุณอย่างเดียว สอนให้สมดุลตัวเองทำให้คู่ต่อสู้เสียหลัก แรงดีดจากเข่า รัวหมัดแยบ ชกขณะถอยหลัง สอนซ้ำ ครั้งแล้วครั้่งเล่าจนคิดว่าตัวเองเกิดมาแบบนั่น สอนการสร้างโมเมนตัม ทุกครั้งที่ถูกกดดัน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="al2fb_like_button"><div id="fb-root"></div><script type="text/javascript">
(function(d, s, id) {
  var js, fjs = d.getElementsByTagName(s)[0];
  if (d.getElementById(id)) return;
  js = d.createElement(s); js.id = id;
  js.src = "//connect.facebook.net/en_US/all.js#xfbml=1&appId=381235355226671";
  fjs.parentNode.insertBefore(js, fjs);
}(document, "script", "facebook-jssdk"));
</script>
<fb:like href="http://www.49tennis.com/rqclub/?p=503" send="true" layout="standard" show_faces="false" width="25" action="like" font="arial" colorscheme="light" ref="AL2FB"></fb:like></div><p>THE_LEGENOL_IS_BOUN_IP_MAN<br />
หนังเรื่องนี้ สอนว่า จงใช้ใจแทนสายตา ใจที่สงบก้อมาถูกทางแล้ว จงเคลื่อนไหวไปตามที่ใจคิด<br />
การเก็บมือ ยื่นมือ </p>
<p>millondallar baby<br />
ทุกคนก้อเคยแพ้ แล้วเราจะกลับมาใหม่<br />
เธอเริ่มเป็นมะเร็งผิวหนัง เพราะร่างกายไม่ได้ขยับเขยื่อน<br />
เขาเป็นนักมวยที่ เด็กกว่าเธอ แรงกว่า ประสบการณ์สูง คราวนี้เธอจะทำอย่างไร<br />
อย่าเพิ่งเหลิง เธอทำดีแล้ว  กฏ คือ ป้องกันตัวตลอดเวลา<br />
ฉันหายใจเป็นแล้ว  ไม่จริง เธอยังไม่ทันหอบ<br />
ใครอยากจะเห็นนักมวยตัวเองขายหน้า<br />
เราบิดหัวแม่เท้าขวา เมื่อเราจะไปทางขวา<br />
มวยคือสิ่งเดียวที่ฉันรู้สึกดี ฉันไม่เหลืออะไร<br />
ฉันรู้ถ้าคุณสอน คุณสอนฉัน ฉันเป็นแชมป์แน่<br />
ตั้งตัวตรง งอเข่าเล็กน้อย ต้องชกให้ตรงจุด<br />
ไม่ต้องดูที่อื่น ดูเท้าเท่านั้น<br />
สอนวิธียืน กว้างระดับไหล่<br />
ตายเมื่อไหร่ค่อยพัก<br />
บอกลืมทุกอย่างที่รู้ไม่พอ ต้องทำให้เขาลืมจนสิ้น<br />
ทำให้เขาเหนื่อย จนได้ยินเสียงคุณอย่างเดียว<br />
สอนให้สมดุลตัวเองทำให้คู่ต่อสู้เสียหลัก<br />
แรงดีดจากเข่า รัวหมัดแยบ<br />
ชกขณะถอยหลัง<br />
สอนซ้ำ ครั้งแล้วครั้่งเล่าจนคิดว่าตัวเองเกิดมาแบบนั่น<br />
สอนการสร้างโมเมนตัม<br />
ทุกครั้งที่ถูกกดดัน เธอจะกลั้นหายใจ  หายใจไม่ถูก</p>
<p>“ถ้ารักใคร&#8230;ก็จงปล่อยคนนั้นไป มันเป็นคำพูดของคนใจเสาะ จำเอาไว้”</p>
<p>Made of honor</p>
<p>เราเจ็บปวดจากความรัก ไม่ใช่เพราะมันจากไป &#8230;แต่เพราะมันยังคงอยู่ต่างหาก</p>
<p>IL MARE</p>
<p>“ถึงเราจะเป็นคนจน แต่เราก็จะไม่โกหก หรือคิดเอาเปรียบใคร”</p>
<p>CJ 7 </p>
<p>บางทีความสุขเป็นอะไรทีเราได้แต่ไล่ล่า แต่ไม่มีวันที่จะได้ครอบครองมัน จากหนัง The pursuit of happyness</p>
<p>&#8220;&#8230;ชีวิตคนเรานั้นสั้นเกินกว่าที่จะเป็นคนอื่น &#8230;&#8221; Step Up 2</p>
<p>&#8220;ถ้าคุณต้องการความสำเร็จมากขึ้นหนึ่งเท่าตัว จงเพิ่มความล้มเหลวเป็นสองเท่าตัว&#8221;<br />
วัตสัน จูเนียร์ ผู้ก่อตั้งบริษัท IBM</p>
<div class="al2fb_comments_plugin"><div id="fb-root"></div><script type="text/javascript">
(function(d, s, id) {
  var js, fjs = d.getElementsByTagName(s)[0];
  if (d.getElementById(id)) return;
  js = d.createElement(s); js.id = id;
  js.src = "//connect.facebook.net/en_US/all.js#xfbml=1&appId=381235355226671";
  fjs.parentNode.insertBefore(js, fjs);
}(document, "script", "facebook-jssdk"));
</script>
<fb:comments num_posts="15" width="630" colorscheme="light" href="http://www.49tennis.com/rqclub/?p=503"></fb:comments></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.49tennis.com/rqclub/?feed=rss2&#038;p=503</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บทที่ 3 การประเมินพฤติกรรมการฝึกสอน</title>
		<link>http://www.49tennis.com/rqclub/?p=497</link>
		<comments>http://www.49tennis.com/rqclub/?p=497#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 15 Feb 2012 15:30:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[วิธีการฝึกสอนกีฬาที่มีประสิทธิภาพ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.49tennis.com/rqclub/?p=497</guid>
		<description><![CDATA[“พรสวรรค์ของนักกีฬาเปรียบเสมือนภูเขาน้ำแข็งที่ผู้ฝึกสอนต้องค้นหา” “แม้ว่าวิธีการสร้างนักกีฬาของแต่ละคนเป็ฯความลับ แต่เราก็สามารถจะเรียนรู้ได้” มาร์ติน และ ลัมสเดน (Martin and Lumsden : 1987) ได้อ้างถึงคำที่มีผู้กล่าวว่า พฤติกรรมการฝึกสอนนั้นต้องคู่กับข้อมูลที่ถูกบันทึกไว้ เหมือนคำกล่าวที่ว่า “มนุษย์ค้างค้างคู่กับโรบิน” “โรมิโอ คู่กับจูเลียต” “แอนโทนีคู่กับคลีโอพัตรา” เป็นต้น สิ่งที่ผู้ฝึกสอนไม่ควรลืม และได้อธิบายไว้แล้วในบทที่ 2 เกี่ยวกับลักษณะของพฤติกรรมผู้ฝึกสอนที่มีประสิทธิภาพโดยเฉพาะ รายละเอียดต่าง ๆ รวมทั้งช่วงที่จะวัดทักษะและความสามารถของนักกีฬา และประโยชน์ของการประเมินเทคนิคการผู้ฝึกสอนที่มีประสิทธิภาพ ถ้านักกีฬาหรือทีมไม่มีทักษะหรือความสามารถเป็นที่น่าพอใจ ประการแรกที่ควรประเมินคือความสามารถของพฤติกรรม ได้แก่ 1. การประเมินความสามารถด้านทักษะพื้นฐานของนักกีฬาทุกคน เช่น ในกรณีที่ผู้ฝึกสอนใหม่ได้เข้ามารับหน้าที่ในการคุมทีมและต้องการเริ่มการ ประเมินจุดอ่อนและจุดแข็งของทักษะพื้นฐานของนักกีฬา 2. การประเมินสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการสอนทักษะ ใหม่ที่เป็นองค์ประกอบที่จำเป็น ต้องนำมาใช้ตามวัตถุประสงค์ของการสอน 3. การประเมินสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการประเมินองค์ ประกอบในการเล่นทีม ในบทนี้ จะเป็นการนำเสนอแนวทางเฉพาะสำหรับการประเมินพฤติกรรมที่ผู้ฝึกสอนต้อง ปฏิบัติในแต่ละประเด็นที่เกี่ยวข้อง และข้อสังเกตบางประการที่ทำให้แน่ใจว่าการประเมินมีความถูกต้องแม่นยำ การประเมินดังกล่าวข้างต้นมีประโยชน์มากดังจะได้กล่าวต่อไป 4. การทบทวนเกี่ยวกับจริยธรรมเพื่อทำให้แน่ใจว่าการประเมินพฤติกรรมการฝึกสอนจะ เป็นผลดีที่สุดทางด้านจิตใจของนักกีฬา สิ่งเร้า พฤติกรรม (การตอบสนอง) รางวัล และการควบคุมสิ่งเร้า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="al2fb_like_button"><div id="fb-root"></div><script type="text/javascript">
(function(d, s, id) {
  var js, fjs = d.getElementsByTagName(s)[0];
  if (d.getElementById(id)) return;
  js = d.createElement(s); js.id = id;
  js.src = "//connect.facebook.net/en_US/all.js#xfbml=1&appId=381235355226671";
  fjs.parentNode.insertBefore(js, fjs);
}(document, "script", "facebook-jssdk"));
</script>
<fb:like href="http://www.49tennis.com/rqclub/?p=497" send="true" layout="standard" show_faces="false" width="25" action="like" font="arial" colorscheme="light" ref="AL2FB"></fb:like></div><p style="text-align: center;"><strong>“พรสวรรค์ของนักกีฬาเปรียบเสมือนภูเขาน้ำแข็งที่ผู้ฝึกสอนต้องค้นหา”</strong></p>
<p style="text-align: center;"><strong> “แม้ว่าวิธีการสร้างนักกีฬาของแต่ละคนเป็ฯความลับ แต่เราก็สามารถจะเรียนรู้ได้”</strong></p>
<p>มาร์ติน และ ลัมสเดน (Martin and Lumsden : 1987) ได้อ้างถึงคำที่มีผู้กล่าวว่า พฤติกรรมการฝึกสอนนั้นต้องคู่กับข้อมูลที่ถูกบันทึกไว้ เหมือนคำกล่าวที่ว่า “มนุษย์ค้างค้างคู่กับโรบิน” “โรมิโอ คู่กับจูเลียต” “แอนโทนีคู่กับคลีโอพัตรา” เป็นต้น สิ่งที่ผู้ฝึกสอนไม่ควรลืม และได้อธิบายไว้แล้วในบทที่ 2 เกี่ยวกับลักษณะของพฤติกรรมผู้ฝึกสอนที่มีประสิทธิภาพโดยเฉพาะ รายละเอียดต่าง ๆ รวมทั้งช่วงที่จะวัดทักษะและความสามารถของนักกีฬา และประโยชน์ของการประเมินเทคนิคการผู้ฝึกสอนที่มีประสิทธิภาพ ถ้านักกีฬาหรือทีมไม่มีทักษะหรือความสามารถเป็นที่น่าพอใจ ประการแรกที่ควรประเมินคือความสามารถของพฤติกรรม ได้แก่</p>
<p>1. การประเมินความสามารถด้านทักษะพื้นฐานของนักกีฬาทุกคน เช่น ในกรณีที่ผู้ฝึกสอนใหม่ได้เข้ามารับหน้าที่ในการคุมทีมและต้องการเริ่มการ ประเมินจุดอ่อนและจุดแข็งของทักษะพื้นฐานของนักกีฬา</p>
<p>2. การประเมินสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการสอนทักษะ ใหม่ที่เป็นองค์ประกอบที่จำเป็น ต้องนำมาใช้ตามวัตถุประสงค์ของการสอน</p>
<p>3. การประเมินสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการประเมินองค์ ประกอบในการเล่นทีม ในบทนี้ จะเป็นการนำเสนอแนวทางเฉพาะสำหรับการประเมินพฤติกรรมที่ผู้ฝึกสอนต้อง ปฏิบัติในแต่ละประเด็นที่เกี่ยวข้อง และข้อสังเกตบางประการที่ทำให้แน่ใจว่าการประเมินมีความถูกต้องแม่นยำ การประเมินดังกล่าวข้างต้นมีประโยชน์มากดังจะได้กล่าวต่อไป</p>
<p>4. การทบทวนเกี่ยวกับจริยธรรมเพื่อทำให้แน่ใจว่าการประเมินพฤติกรรมการฝึกสอนจะ เป็นผลดีที่สุดทางด้านจิตใจของนักกีฬา สิ่งเร้า พฤติกรรม (การตอบสนอง) รางวัล และการควบคุมสิ่งเร้า ก่อนที่จะทำการประเมินพฤติกรรม จำเป็นต้องทำความเข้าใจกับคำว่า สิ่งเร้า พฤติกรรม รางวัล และการควบคุมสิ่งเร้า เสียก่อน ดังนี้ สิ่งเร้า คือ สิ่งที่มีอยู่ในธรรมชาติ อาจเป็นวัตถุหรือเหตุการณ์ที่อยู่ในสิ่งแวดล้อม เช่น สิ่งเร้าที่เป็นเสียงของลูกบาสเกตบอลกระทบกระดานหลัง การมองเห็นลูกเบสบอลที่เคลื่อนที่เป็นลักษณะโค้งเข้าสู่เขตตีลูก เสียงของการตีลูกเทนนิสอย่างรุนแรง การมองเห็นปลายเท้าของนักว่ายน้ำที่ว่ายท่ากรรเชียงบนผิวน้ำ เสียงสัญญาณการเรียกเพื่อสั่งเกมของหัวหน้าทีม และผู้ตัดสินมวยที่เตือนเมื่อมีการชกที่ผิดกติกา เป็นต้น พฤติกรรม คือ การแสดงออกของมนุษย์ที่เกิดจากการพูดหรือการกระทำต่าง ๆ บางทีเป็นคำพูด การใช้ภาษา หรือกิจกรรมเดียวกันที่มีความหมายเหมือนกันหรือใกล้เคียงกัน การแสดงความสามารถ การโต้ตอบ และการตอบสนอง เช่น การเลี้ยงลูกบาสเกตบอล การยิงประตู การเตะลูกบอล การจับลูก การวิ่ง การแสดงท่าการเล่นยิมนาสติก กิจกรรมการเคลื่อนไหวและการประกอบทักษะกีฬาต่าง ๆ เป็นตัวอย่างของพฤติกรรมทั้งสิ้น ดังนั้น ในหนังสือเล่มนี้เราจึงใช้คำว่าพฤติกรรมสลับกับคำว่าทักษะ ( Magill : 1980) ผู้ฝึกสอนต้องเรียนรู้วิธีการตอบสนองต่อสิ่งเร้าอยู่เสมอ เมื่อเรารู้และเปรียบเทียบตัวอย่างของสิ่งเร้าและพฤติกรรมดังกล่าวข้างต้น จะเห็นว่าพฤติกรรมของคนเราสามารถทำให้คนอื่นกระทำการตอบสนองได้ เช่น คำพูดของผู้ฝึกสอนสามารถกระตุ้นพฤติกรรมของนักกีฬาได้ ตัวอย่างเช่น การแสดงออกทางสีหน้าของผู้ฝึกสอนอยู่เสมอ จะเป็นการกระตุ้นพฤติกรรมของนักกีฬาเตรียมรับฟังและแสดงความสนใจพฤติกรรมของผู้ฝึกสอนที่จะแสดงออกมาต่อไป การแสดงทักษะหรือพฤติกรรมของนักกีฬาก็จะเป็นการกระตุ้นให้นักกีฬาคาดหวังใน พฤติกรรม หรือทักษะที่จะต้องใช้หรือแสดงในการเล่นในช่วงต่อไปด้วยเช่นกัน นักกอล์ฟหลายคนสามารถบอกได้ว่าเขาจะตีลูกครั้งต่อไปได้ดีด้วยความรู้สึกจากการทดลองเหวี่ยงไม้ก่อนตี การสัมผัสหรือกลไกการเคลื่อนไหวเกิดจากความรู้สึกในการเคลื่อนไหวของกล้าม เนื้อที่เป็นตัวกระตุ้นการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อของนักกีฬา สาเหตุที่คนเราต้องเรียนรู้เกี่ยวกับการตอบสนองเพราะเหตุใดนั้น ให้พิจารณาจากทักษะกีฬากอล์ฟในการยืนเพื่อพัตต์ลูกให้ลงหลุมของนักกอล์ฟบน กรีนในระยะประมาณ 5 ฟุต การกระตุ้นให้มีการเตรียมการพัตต์บนพื้นที่ราบเรียบในขณะนั้น นักกอล์ฟต้องมีการตอบสนองให้มีการตั้งเป้าหมายเกี่ยวกับทิศทางที่จะพัตต์ลูก ไปให้ลงหลุมเป็นรางวัลของการพัตต์ครั้งนั้น (สมมติว่าลูกกอล์ฟถูกพัตต์ด้วยขนาดของแรงที่พอดี) แต่ถ้าการพัตต์ครั้งนั้นเป็นการเตรียมการพัตต์ลูกบนพื้นกรีนที่ลาดเอียง การตอบสนองในการเตรียมการพัตต์จะต้องไม่ใช่การเล็งทิศทางในการพัตต์ลูกตรงไป ที่หลุมอย่างแน่นอน (ทิศทางการพัตต์จะต้องขึ้นอยู่กับความลาดชันของกรีน) ภายหลังจากที่ได้มีการฝึกหัดหลาย ๆ ครั้ง นักกอล์ฟจะเกิดการเรียนรู้วิธีการพัตต์ลูกให้ลงหลุมบนพื้นกรีนที่ไม่มีความ ลาดเอียงได้ นอกจากนี้ พฤติกรรมนั้นจะเกิดขึ้นจากการกระตุ้นในขณะนั้นเมื่อพฤติกรรมในการปฏิบัติ คราวก่อนได้รับรางวัล และพฤติกรรมนั้นไม่เกิดขึ้นเมื่อพฤติกรรมในการปฏิบัติคราวก่อนไม่ได้รับ รางวัล หรือบางครั้งเมื่อปฏิบัติแล้วถูกทำโทษ ภาพข้างล่างนี้เป็นตัวอย่างลำดับขั้นตอนของพฤติกรรมการพัตต์กอล์ฟ สิ่งเร้า—————&gt; พฤติกรรม ——-&gt; รางวัล (กรีนราบรื่น) (เล็งเป้าหมายไปที่หลุม) (พัตต์ลูกลงหลุม) สิ่งเร้า—————&gt; พฤติกรรม ——–&gt;รางวัล กรีนราดเอียง) (เล็งเป้าหมายไปที่หลุม) (พัตต์ลูกไม่ลงหลุม) ในทางวิชาการ การเสริมแรงในทางบวก หมายถึง ผลที่เกิดขึ้นภายหลังจากการกระตุ้นด้วยพฤติกรรม เพื่อให้มีแนวโน้มในการปฏิบัติพฤติกรรมที่ต้องการให้บ่อยขึ้น การเสริมแรงในทางบวกคล้ายกับการให้รางวัล เมื่อสิ่งเร้ามีการเชื่อมโยงกับการตอบสนอง อาจกล่าวได้ว่าเราได้มีการควบคุมสิ่งเร้าเกิดขึ้นแล้ว เช่น การควบคุมสิ่งเร้าที่แสดงออกหลาย ๆครั้งในลำดับขององค์ประกอบที่เป็นลักษณะของการตีกอล์ฟที่ดี การมองเห็นไม้กอล์ฟโดยทันทีภายหลังจากการตีลูกและเกิดความรู้สึกจากกำหนด สิ่งเร้าจากการยืนก่อนการเหวี่ยงไม้กอล์ฟ ตำแหน่งของมือและการพับข้อมือในขณะที่เหวี่ยงไม้ขึ้นเหนือศีรษะเป็นตัวกำหนด สิ่งเร้าของนักกอล์ฟก่อนการเหวี่ยงไม้ลงตีลูก หรือความสำเร็จของผู้เล่นตำแหน่งกองหน้าคือความสำเร็จในการยิงประตูของคู่ แข่งขันให้ได้อย่างรวดเร็วแม้จะมีผู้เล่นกองหลังของฝ่ายตรงข้ามคุมอยู่ก็ ตาม หรือระยะทางและภูมิประเทศของสนามกอล์ฟต้องใช้ความพยายามเป็นการควบคุมตัว กระตุ้นได้อย่างเหมาะสมด้วยการทำให้นักกอล์ฟสามารถเลือกไม้ตีได้ตรงตามระยะ ทางที่ต้องการเสมอ นักกีฬาบาสเกตบอลต้องรู้ว่าเมื่อใดควรยิงประตูเมื่อใดควรส่งลูกได้ถูกต้อง ตามสถานการณ์ในการควบคุมสิ่งเร้า หลักการประเมินทักษะกีฬา 1. ต้องแน่ใจว่านักกีฬายอมรับวิธีการให้คะแนนทักษะหรือพฤติกรรมในการประเมิน เสียก่อน สิ่งนี้อาจจะต้องเตรียมคำอธิบายให้ละเอียดทุกหัวข้อ เช่น คำอธิบายที่เตรียมโดยผู้ฝึกสอนและผู้ช่วยของเขา บางกรณีต้องเตรียมแบบสำรวจที่มีรูปภาพที่ชัดเจนไว้ด้วย 2. ควรจะต้องเตรียมผู้สังเกตไว้ตั้งแต่สองคนขึ้นไปที่ผ่านการอบรมพร้อมด้วยคำ จำกัดความและการแปลผลไว้สำหรับเปรียบเทียบสำหรับนักกีฬาโดยเฉพาะ (เป็นการประเมินโดยผู้สังเกตสองคนในเวลาเดียวกัน) ความแน่นอนของการประเมินต้องขึ้นอยู่กับการให้คำจำกัดความและการให้คะแนนที่ใกล้เคียงกันของผู้สังเกต 3. เมื่อมีการบันทึกคะแนนความสามารถ ผู้สังเกตควรอยู่ในตำแหน่งที่ไม่มีผลกระทบ ซึ่งกันและกัน แต่สามารถสังเกตความสามารถของนักกีฬาในขณะปฏิบัติกิจกรรมได้อย่างชัดเจน ผู้สังเกตควรจะมีการอภิปรายถึงแนวทางในการใช้สัญลักษณ์ในการบันทึกคะแนน การสังเกตควรพิจารณาถึงสภาพอากาศในระหว่างการสังเกต 6. ในการสังเกตการณ์ปฏิบัติของนักกีฬาจะต้องไม่ก่อให้เกิดความเหน็ดเหนื่อยอัน มี ผลกระทบกับทักษะของนักกีฬา ประโยชน์ของการประเมินความสามารถนักกีฬา เมื่อมาถึงจุดนี้ต้องยอมรับว่าการประเมินทักษะและความสามารถของนักกีฬา นั้นมีความสำคัญต่องานในหน้าที่ของผู้ฝึกสอนหลายประการ แต่อย่างไรก็ตามท่านไม่ควรจะตกใจหรือสิ้นหวัง เพราะในบทต่อไปจะได้อธิบายถึงวิธีการต่าง ๆ ในการใช้อาสาสมัครเพื่อช่วยเสริมให้ท่านมีพลังความสามารถในการปฏิบัติงาน เพิ่มขึ้น ดังนั้นการเป็นผู้ฝึกสอนที่มีประสิทธิภาพจะต้องมี องค์ประกอบ ดังนี้ มีข้อมูลในการประเมินพฤติกรรมที่ถูกต้อง เนื่องจากจะเป็นการช่วยฝึกสอนในการ กำหนดองค์ประกอบทักษะของผู้เล่นที่สำคัญที่จำเป็นต่อการพัฒนา มีประโยชน์ในการประเมินซ้ำตามองค์ประกอบของทักษะที่ผู้ฝึกสอนเห็นว่าไม่ พัฒนา เป็นการพิสูจน์โดยการใช้เอกสารและเป็นการแสดงผลเป็นกราฟที่ได้มีพัฒนาการและ สามารถเตรียมการฝึกให้นักกีฬาและรักษาความก้าวหน้าไว้ให้เป็นประโยชน์ แบบสำรวจจะเป็นเครื่องมือในการรายงานผลสำหรับนักกีฬาทั้งระดับเยาวชนและ ระดับประชาชน และยังสามารถส่งรายงานผลไปให้ผู้ปกครองได้รับทราบความก้าวหน้าอีกทางหนึ่ง ด้วย การประเมินความสามารถของนักกีฬาจะช่วยให้ผู้ฝึกสอนทำหน้าที่ตามความรับผิดชอบได้ถูกต้องมากขึ้น เพราะผู้ฝึกสอนมีหน้าที่ต้องปฏิบัติหลายประการ อาทิ การบริหารทีม การสร้างความเข้าใจกับผู้ปกครอง และการทำรายการประเมินความสามารถของนักกีฬาด้วย ข้อควรพิจารณาด้านจริยธรรม ผู้ฝึกสอนส่วนมากจะยอมรับรูปแบบทางด้านจริยธรรมรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง และได้มีการ เขียนลักษณะของจริยธรรมไว้เป็นกิจลักษณะในการแข่งขันกีฬา เช่น ในกีฬาฟุตบอลจะเขียนคำว่า Fair Play ซื่อสัตย์สุจริต สิทธิ์ของนักกีฬา และมีน้ำใจนักกีฬา เป็นต้น คำพูดดังกล่าวเป็นคำพูด ที่น่าเกรงขาม มีความหมาย และมีผลกระทบไม่น้อยไปกับพฤติกรรมของผู้ฝึกสอน จากลักษณะ และความหมายโดยรวมของพฤติกรรม คำว่า “จริยธรรม” หมายถึงมาตรฐานของพฤติกรรมที่ไม่เปลี่ยนแปลง (Martin and Pear, 1983) เป็นพฤติกรรมทางจริยธรรมของผู้ฝึกสอนที่มีมาตรฐานของการเป็นผู้ฝึกสอนระดับอาชีพ เป็นพฤติกรรมที่ผู้ฝึกสอนทั้งหลายให้คำอธิบายถึงความซื่อสัตย์ สุจริต หรือความยุติธรรม หรือน้ำใจนักกีฬา ผู้ฝึกสอนควรจะประเมินพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอและเอาใจใส่นักกีฬาอย่างดี ที่สุด เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีการลืม โดยผู้ฝึกสอนควรจะแสดงพฤติกรรมที่แสดงว่าเป็นผู้มีจริยธรรม ดังนี้ อธิบายให้นักกีฬารู้ว่าจะประเมินพฤติกรรมใดเพราะเหตุใด อธิบายและแจ้งผลการประเมินอย่างชัดเจนแก่นักกีฬา อธิบายให้นักกีฬาเข้าใจอย่างชัดเจนเกี่ยวกับผลการประเมินและแนวทางในการ พัฒนาความสามารถของนักกีฬา สรุป สิ่งเร้า พฤติกรรม และการควบคุมสิ่งเร้าเป็นการสร้างรูปแบบของการปรับพฤติกรรม สิ่งเร้าทางด้านกายภาพและสิ่งแวดล้อมทางด้านวัตถุ เป็นพฤติกรรมที่บุคคลกล่าวถึงหรือกระทำขึ้น การควบคุมสิ่งเร้า หมายถึง การสังเกตพฤติกรรมที่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบันของสิ่งเร้าและไม่เกิดกับคน อื่น เป็นสิ่งเร้าที่เกิดขึ้นจริงและเชื่อมโยงกับการตอบสนอง เมื่อผู้ฝึกสอนใช้แบบสำรวจรายการ เพื่อประเมินความสามารถของนักกีฬา จำเป็นที่นักกีฬา จะต้องปฏิบัติอย่างเป็นขั้นตอนเพื่อให้แน่ใจว่าผู้ฝึกสอนสามารถประเมินได้ อย่างแม่นยำ สำหรับผู้ฝึกสอนเพื่อให้แน่ใจว่านักกีฬาจะมีจริยธรรมที่มีมาตรฐานที่ยอมรับได้ ด้วยการสื่อสารกับนักกีฬาขณะประเมินตามวัตถุประสงค์เพื่อประเมินให้ได้ ผลลัพธ์ และประโยชน์จากการประเมินอย่างมีศักยภาพในการพัฒนาความสามารถของนักกีฬา การสำรวจพฤติกรรมการฝึกสอน การสำรวจรายการพฤติกรรมผู้ฝึกสอน แบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอน คือ ขั้นแรก ของการสำรวจพฤติกรรมการฝึกสอน คือ การกำหนดสิ่งที่เป็นทักษะพื้นฐานให้ชัดเจน หรือพฤติกรรมที่ต้องการพัฒนาให้เกิดขึ้นในตัวของนักกีฬา ขั้นที่สอง เป็นการเตรียมแบบสำรวจรายการสำหรับประเมินพฤติกรรมต่าง ๆ หากมีความจำเป็น อาจจะต้องเตรียมคำอธิบายต่าง ๆ เกี่ยวกับทักษะพื้นฐานที่จะประเมิน ขั้นที่สาม เป็นการใช้แบบสำรวจรายการอย่างชัดเจน ภาพลักษณ์ตามวัตถุประสงค์ จุดอ่อนและจุดแข็งของผู้เล่น การใช้แบบสำรวจรายการที่ดี จะต้องแน่ใจว่าได้มีการวางแผนสำหรับทีมไม่ให้มีการปฏิบัติ ที่นอกเหนือจุดมุ่งหมาย ผู้ฝึกสอนจะต้องรู้ขอบเขตของการปฏิบัติ ผู้ฝึกสอนต้องเตรียมแบบสำรวจรายการที่ได้มีการปรับปรุงเป็นอย่างดีเพื่อใช้ ในการสำรวจ เอกสารอ้างอิง Martin Garry L. and Lumsden Joan A., Coaching : an Effective Behavioral Approach, Times Mirror/Mosby College Publishing, St. Louis, 1987.</p>
<div class="al2fb_comments_plugin"><div id="fb-root"></div><script type="text/javascript">
(function(d, s, id) {
  var js, fjs = d.getElementsByTagName(s)[0];
  if (d.getElementById(id)) return;
  js = d.createElement(s); js.id = id;
  js.src = "//connect.facebook.net/en_US/all.js#xfbml=1&appId=381235355226671";
  fjs.parentNode.insertBefore(js, fjs);
}(document, "script", "facebook-jssdk"));
</script>
<fb:comments num_posts="15" width="630" colorscheme="light" href="http://www.49tennis.com/rqclub/?p=497"></fb:comments></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.49tennis.com/rqclub/?feed=rss2&#038;p=497</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บทที่2 พฤติกรรมการฝึกสอนที่มีประสิทธิภาพ</title>
		<link>http://www.49tennis.com/rqclub/?p=495</link>
		<comments>http://www.49tennis.com/rqclub/?p=495#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 15 Feb 2012 15:27:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[วิธีการฝึกสอนกีฬาที่มีประสิทธิภาพ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.49tennis.com/rqclub/?p=495</guid>
		<description><![CDATA[“ผู้ฝึกสอน คือผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการที่เขาต้องปฏิบัติหน้าที่โดยตรงในฐานะที่เป็นผู้นำ” ผู้ฝึกสอน (Coach)  เป็นคำที่รู้จักกันดีในหมู่นักกีฬา ผู้ฝึกสอน หมายถึง ผู้ที่ฝึกกีฬาเพื่อการเล่นหรือการแข่งขัน ปัจจุบันในประเทศไทยผู้ฝึกสอนกับครูพลศึกษาในสถานศึกษาส่วนใหญ่จะเป็นคน  ๆ เดียวกัน อาจจะแตกต่างกันบ้างในโรงเรียนกีฬาที่ผู้ฝึกสอนจะได้รับมอบหมายหน้าที่ให้ ฝึกซ้อม ควบคุมและนำนักกีฬาเข้าร่วมในการแข่งขันในรายการต่าง ๆ และเป็นการเรียนการสอนที่มีการวัดและประเมินผลตามหลักสูตรโรงเรียนกีฬาโดย เฉพาะ ดังนั้น ผู้ฝึกสอนก็คือครู งานของผู้ฝึกสอนก็คือการให้คำแนะนำและถ่ายทอดความรู้เรื่องกีฬาที่ตนรับผิด ชอบเพื่อให้นัก กีฬาพัฒนาเต็มศักยภาพ ที่ต้องอาศัยหลักการสอนและหลักจิตวิทยาเข้ามาเกี่ยวข้อง (พรสวรรค์  สระภักดิ์ : 2536) ส่วนคำว่า พฤติกรรมนั้น (Behavior) หมายถึง สิ่งที่บุคคลแสดงออกหรืออาจเรียกว่า บุคลิกภาพ บางครั้งเราไม่สามารถหาสาเหตุของพฤติกรรมได้ชัดเจน (หลุย  จำปาเทศ) กล่าวว่า การปรับพฤติกรรมคือการใช้หลักการเรียนรู้และหลักจิตวิทยามาใช้ในการแก้ไข พฤติกรรมที่เป็นปัญหา (อาภา  จันทรสกุล และ อัญชัน  เกียรติบุตร) ประสิทธิภาพ (Effective) หมายถึง การทำงานที่มีคุณภาพและบรรลุตามความคาดหมายโดยใช้การจัดการกับทรัพยากรและ เวลาได้อย่างประหยัดและคุ้มค่า (Longman Dictionary : 1984)  กล่าวโดยทั่วไป พฤติกรรมการผู้ฝึกสอนที่มีประสิทธิภาพ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="al2fb_like_button"><div id="fb-root"></div><script type="text/javascript">
(function(d, s, id) {
  var js, fjs = d.getElementsByTagName(s)[0];
  if (d.getElementById(id)) return;
  js = d.createElement(s); js.id = id;
  js.src = "//connect.facebook.net/en_US/all.js#xfbml=1&appId=381235355226671";
  fjs.parentNode.insertBefore(js, fjs);
}(document, "script", "facebook-jssdk"));
</script>
<fb:like href="http://www.49tennis.com/rqclub/?p=495" send="true" layout="standard" show_faces="false" width="25" action="like" font="arial" colorscheme="light" ref="AL2FB"></fb:like></div><div>
<div>
<h3><strong>“ผู้ฝึกสอน คือผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการที่เขาต้องปฏิบัติหน้าที่โดยตรงในฐานะที่เป็นผู้นำ”</strong></h3>
<p>ผู้ฝึกสอน (Coach)  เป็นคำที่รู้จักกันดีในหมู่นักกีฬา ผู้ฝึกสอน หมายถึง ผู้ที่ฝึกกีฬาเพื่อการเล่นหรือการแข่งขัน ปัจจุบันในประเทศไทยผู้ฝึกสอนกับครูพลศึกษาในสถานศึกษาส่วนใหญ่จะเป็นคน  ๆ เดียวกัน อาจจะแตกต่างกันบ้างในโรงเรียนกีฬาที่ผู้ฝึกสอนจะได้รับมอบหมายหน้าที่ให้ ฝึกซ้อม ควบคุมและนำนักกีฬาเข้าร่วมในการแข่งขันในรายการต่าง ๆ และเป็นการเรียนการสอนที่มีการวัดและประเมินผลตามหลักสูตรโรงเรียนกีฬาโดย เฉพาะ</p>
<p>ดังนั้น ผู้ฝึกสอนก็คือครู งานของผู้ฝึกสอนก็คือการให้คำแนะนำและถ่ายทอดความรู้เรื่องกีฬาที่ตนรับผิด ชอบเพื่อให้นัก กีฬาพัฒนาเต็มศักยภาพ ที่ต้องอาศัยหลักการสอนและหลักจิตวิทยาเข้ามาเกี่ยวข้อง (พรสวรรค์  สระภักดิ์ : 2536)</p>
<p>ส่วนคำว่า พฤติกรรมนั้น (Behavior) หมายถึง สิ่งที่บุคคลแสดงออกหรืออาจเรียกว่า บุคลิกภาพ บางครั้งเราไม่สามารถหาสาเหตุของพฤติกรรมได้ชัดเจน (หลุย  จำปาเทศ) กล่าวว่า การปรับพฤติกรรมคือการใช้หลักการเรียนรู้และหลักจิตวิทยามาใช้ในการแก้ไข พฤติกรรมที่เป็นปัญหา (อาภา  จันทรสกุล และ อัญชัน  เกียรติบุตร)</p>
<p>ประสิทธิภาพ (Effective) หมายถึง การทำงานที่มีคุณภาพและบรรลุตามความคาดหมายโดยใช้การจัดการกับทรัพยากรและ เวลาได้อย่างประหยัดและคุ้มค่า (Longman Dictionary : 1984)  กล่าวโดยทั่วไป พฤติกรรมการผู้ฝึกสอนที่มีประสิทธิภาพ คือ การที่ผู้ฝึกสอนกีฬาปฏิบัติ ตามหลักพฤติกรรมศาสตร์และหลักจิตวิทยา เพื่อปรับและรักษาทักษะของนักกีฬาให้คงที่ หรืออีกความหมายหนึ่งของพฤติกรรมการฝึกสอนคือ การรวบรวมความรู้หลักการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานของผู้ฝึกสอน และสามารถนำความรู้และประสบการณ์มาแสดงออกในการปฏิบัติหน้าที่ให้ประสบผล สำเร็จ  ผู้ฝึกสอนที่มีประสิทธิภาพมีคุณลักษณะดังต่อไปนี้ (Martin และ Lumsden : 1987)</p>
<ol>
<li>สามารถตั้งเป้าหมายและคาดหวังผลสัมฤทธิ์จากการแสดงทักษะของนักกีฬา เพื่อวัดและประเมินผลทักษะของนักกีฬา หรือประเมินความสามารถในตัวผู้ฝึกสอนเองได้อย่างถูกต้อง</li>
<li>สามารถใช้วิธีการปรับพฤติกรรมเฉพาะของนักกีฬาให้มีประสิทธิภาพตามที่ได้ มีการศึกษาทดลองมาก่อน</li>
<li>จดจำความแตกต่างระหว่างการพัฒนาพฤติกรรมใหม่และรักษา (หรือจูงใจ)พฤติกรรมที่ปฏิบัติอยู่ในระดับที่เป็นที่ยอมรับ และใช้วิธีการทางบวกตามที่ทำสำเร็จทั้งสองประการ</li>
<li>มีการบันทึกระดับของความสามารถ ความสำเร็จ และพัฒนาการไว้เปรียบเทียบกับระดับ ทักษะและความสามารถเดิมของนักกีฬาที่มีอยู่ หรือเปรียบเทียบกับนักกีฬาคนอื่น ๆ</li>
<li>มีการบันทึกผลการสอนไว้  เพื่อใช้ประเมินตนเอง  และพัฒนาพฤติกรรมการฝึกสอนของตนอยู่เสมอ</li>
<li>มีการสรุป รวบรวมและประเมินผลนักกีฬาตามเป้าหมายอยู่เสมอ ยอมรับวิธีการฝึกสอนที่ใช้ได้ผลดีมาแล้ว และพยายามรักษาระดับของผลสัมฤทธิ์ที่ดีของนักกีฬาไว้</li>
</ol>
<p><strong>ลักษณะพฤติกรรมการฝึกสอนกีฬาที่มีประสิทธิภาพ</strong></p>
<p>ลักษณะพฤติกรรมการฝึกสอนกีฬาที่มีประสิทธิภาพประกอบด้วยคุณลักษณะของ พฤติกรรม 6 ประการ ดังนี้</p>
<p><strong>1. มีการวัดความสามารถของนักกีฬาเป็นประจำ</strong></p>
<p>ขั้นตอนแรก</p>
<p>ผู้ฝึกสอนจะต้องกำหนดจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมของกีฬาที่เข้าใจง่าย และสามารถวัดและประเมินผลพฤติกรรมนักกีฬาได้เป็นอย่างดี สามารถนำมาใช้ประเมินประสิทธิภาพของการฝึกสอนได้  และจุดประสงค์ในการรักษาทักษะที่ควรกำหนดไว้  มีดังนี้</p>
<p>1.1  ต้องการให้เกิดทักษะหรือพฤติกรรมในขณะฝึกหัด ได้แก่</p>
<p>1)   ให้นักกีฬามุ่งมั่นและตั้งใจฝึก</p>
<p>2)   ให้นักกีฬาเป็นผู้ฟังที่ดีในขณะทำการสอน</p>
<p>3)   ให้นักกีฬาฝึกทักษะที่เหมาะตามวิธีการที่แนะนำ</p>
<p>4)   ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนของเทคนิคที่ดีในระหว่างการฝึกด้วยความอดทน</p>
<p>5)   ให้ฝึกทักษะซ้ำอย่างต่อเนื่องและไม่หยุดบ่อยหรือนาน</p>
<p>6)   ให้ฝึกทักษะด้วยความเร็วและหนักหน่วงเหมาะสมกับความสามารถ</p>
<p>7)   ให้นักกีฬาฝึกด้วยวิธีการที่ไม่เครียดและมีจินตนภาพ เพื่อให้นักกีฬานำไปใช้ในการแข่งขันได้อย่างเหมาะสม</p>
<p>1.2  ทักษะหรือพฤติกรรมที่ต้องการให้เกิดขึ้นในการแข่งขัน ได้แก่</p>
<p>1)   ให้นักกีฬารู้วิธีการอบอุ่นร่างกาย ยืดกล้ามเนื้อ และมีความพร้อมที่จะแข่งขัน</p>
<p>2)   ให้นักกีฬามีทักษะและสามารถวัดพัฒนาการได้ เช่น จับเวลา หรือ วัดระยะได้</p>
<p>3)   ให้นักกีฬาแสดงความสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และมีส่วนในการช่วยเหลือเพื่อนในทีมได้</p>
<p>4)   ให้นักกีฬามีน้ำใจนักกีฬาและลดพฤติกรรมที่เบี่ยงเบนให้มากที่สุด เช่น สัมผัสมือกับคู่แข่งขัน หรือยอมรับการตัดสิน  เป็นต้น</p>
<p>ขั้นตอนที่สอง</p>
<p>ผู้ฝึกสอนควรปรับพฤติกรรมของนักกีฬาตามที่กำหนดอย่างเป็นระบบ สามารถอธิบายและประเมินวิธีปฏิบัติตามองค์ประกอบของพฤติกรรมที่กำหนด  รวบรวมข้อมูลพื้นฐานไว้ประเมินพฤติกรรมการฝึกสอนที่มีประสิทธิภาพ หรือประเมินพัฒนาการของนักกีฬาได้ มีการบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับนักกีฬาไว้  เช่น สถิติในการยิงประตู การรับส่งที่ดีและเสีย การเสิร์ฟ เป็นต้น</p>
<p>นอกจากข้อมูลดังกล่าวแล้ว ยังควรบันทึกวิธีการหรือพฤติกรรมทั้งทางบวกและลบ เช่น คำพูดที่สามารถกระตุ้นหรือจูงใจ พฤติกรรมที่นักกีฬาแสดงว่าไม่พอใจ เป็นต้น</p>
<p><strong>2. มีความสามารถในการศึกษาวิธีการปรับพฤติกรรม</strong></p>
<p>ผู้ฝึกสอนที่มีคุณลักษณะพฤติกรรมการฝึกสอนที่มีประสิทธิภาพ สามารถนำผลการศึกษาวิจัยที่เชื่อถือได้มาใช้ปรับพฤติกรรมและพัฒนาการเรียน รู้ของนักกีฬา  โดยอาศัยหลักความจริง ที่ว่าความสำเร็จส่วนใหญ่เกิดการปรับพฤติกรรม</p>
<p>ตามหลักจิตวิทยา ผู้ฝึกสอนเป็นผู้ที่มีอิทธิพลในการปรับพฤติกรรม หากการประยุกต์หลักวิชาจิตวิทยาที่เกี่ยวข้องมาใช้ในการแก้ปัญหา  การสอนทักษะใหม่  และรักษาระดับทักษะที่ใช้<br />
ในการแข่งขัน  ตลอดจนการจัดบริหารโปรแกรมกีฬาของทีม</p>
<p><strong>3. มีวิธีการพัฒนาและรักษาพฤติกรรมที่เกิดขึ้น </strong></p>
<p>พฤติกรรมการฝึกสอนที่ดี  คือ ความสามารถในการสอนทักษะใหม่และสามารถปรับทักษะของนักกีฬาที่มีอยู่ให้สูง ยิ่งขึ้นให้เต็มศักยภาพ ตลอดจนใช้วิธีการฝึกและเทคนิคการสอนในการปรับและรักษาพฤติกรรมนักกีฬาได้ อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอาศัยหลักการฝึกสอนด้านต่าง ๆ เช่น การสอน การสาธิต การแนะนำทักษะ การสร้างสถานการณ์จำลอง ให้รางวัล และการแก้ไขข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น</p>
<p>การจูงใจ ( Motivation )  เป็นพื้นฐานของพฤติกรรมที่นักกีฬาต้องการ ผู้ฝึกสอนควรใช้การจูงใจเป็นวิธีที่จะรักษาทักษะของนักกีฬาไว้ เช่น การพูดกระตุ้นให้นักกีฬาเห็นความชื่นชมของผู้ชนะและความผิดหวังของผู้แพ้ เพื่อเป็นการจูงใจให้นักกีฬาพยายามฝึกทักษะให้ชำนาญจนถึงที่สุด เพื่อใช้ในการแข่งขัน แต่การจูงใจด้วยการพูดดังกล่าวเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่รักษาระดับ ทักษะที่ฝึกมาก่อนไว้ได้ จึงเป็นหน้าที่ของผู้ฝึกสอนที่มีประสิทธิภาพจะต้องใช้การสังเกตและบันทึก ข้อมูลการใช้ทักษะใหม่ที่จำเป็นของผู้เล่นทุกคนจากการแข่งขัน ต่อจากนั้น ควรนำทั้งข้อมูล  การใช้ทักษะ และระบบการเล่นที่ได้ผลมาตั้งเป็นจุดมุ่งหมาย ตลอดจนใช้วิธีชมเชยนักกีฬาที่ปฏิบัติดี เพื่อรักษาระดับทักษะต่าง ๆ และศึกษาต่อไปว่าจะส่งผลให้ทีมแพ้ชนะหรือไม่ การปฏิบัติเช่นนี้ ไม่เพียงแต่จะเกิดประสิทธิผลต่อการเป็นผู้ฝึกสอนที่ดีเท่านั้น แต่ยังทำให้นักกีฬาเล่นได้อย่างสนุกสนานมากขึ้นอีกด้วย</p>
<p><strong>4. มีการส่งเสริมให้นักกีฬาบรรลุความสามารถสูงสุด</strong></p>
<p>ลักษณะพฤติกรรมการฝึกสอนที่มีประสิทธิภาพ ประการที่ 4 คือ พยายามส่งเสริมและสอนให้นักกีฬาแข่งขันกับตนเองมากกว่าที่จะสอนให้แข่งขัน กับระดับมาตรฐาน หรือความสามารถของนักกีฬาอื่น โดยตั้งเป้าหมายการปฏิบัติทักษะและกระทำทุกวิถีทางที่จะให้นักกีฬาเกิดความ ก้าวหน้าและสำเร็จตามเป้าหมาย การฝึกฝนตนเองต้องมีการบันทึกสถิติ ตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ และแสดงผลการประเมินความก้าวหน้าของการฝึกให้นักกีฬาเห็นเสมอ ตัวอย่างเช่น ในการแข่งขันว่ายน้ำประเภทอายุไม่เกิน 10 ปี มีนักกีฬาที่ส่งเข้าแข่งขันทั้งหมดจำนวน 6 คน และมีนักกีฬาที่ผู้ฝึกสอนส่งแข่งขัน 1 – 2 คน มีทักษะด้อยกว่าอีก 4 คนมาก ในสถานการณ์เช่นนี้ ผู้ฝึกสอนคงไม่ต้องการที่จะได้รับชัยชนะเหนือนักกีฬาอื่น เนื่องจากนักกีฬาของตนเองยังด้อยประสบการณ์มาก คงไม่สามารถเอาชนะนักกีฬาอื่นที่เป็นตัวเด่นในรายการแข่งขันได้ และไม่เป็นการส่งเสริมนักกีฬาใหม่ที่จะได้รับอันดับที่ 5 หรือ 6 จากการแข่งขัน แต่ประสบการณ์ครั้งนี้ อาจกลายเป็นความพ่ายแพ้ที่แสนขมขื่นและทรมานของนักกีฬา ที่จะติดตัวไปพร้อมกับความคิดที่ไม่อยากจะฝึกฝนเพื่อชัยชนะ เราอาจแปลกใจที่เห็นผู้ฝึกสอนบางคนต้องการจะส่งนักกีฬาใหม่แข่งขันในรายการ ใหญ่ ๆ แต่ผู้ฝึกสอนบางคนอาจไม่ต้องการเช่นนั้น ผู้ฝึกสอนที่มีประสิทธิภาพจะพยายามพัฒนาทักษะของนักกีฬาของเขาเสียก่อน และบอกให้นักกีฬารับรู้ได้โดยไม่เสียกำลังใจว่าการที่เขาจะได้อันดับที่ 6 นั้นเป็นการไปแข่งขันกับตนเองไม่ได้แข่งขันกับคนเก่ง และเมื่อนักกีฬารู้ว่าเป็นการแข่งขันกับสถิติครั้งหลังสุดของตนเอง ซึ่งมีโอกาสจะเอาชนะได้และสามารถจะเอาชนะได้บ่อยจนเขามีประสบการณ์ เพียงพอที่จะแข่งขันในรายการสำคัญอย่างแท้จริงด้วยความยินดี</p>
<p>สังคมกีฬาในปัจจุบันนักกีฬาต้องการ “ชัยชนะ” และรู้สึกว่าชัยชนะมีความหมายและความรู้สึกที่ดี ผู้ฝึกสอนเองก็ยอมรับว่าชัยชนะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด จึงไม่แปลกที่จะนึกถึงตำแหน่งชนะเลิศ แม้ว่าชัยชนะจะอยู่ไกล แต่ผู้ฝึกสอนที่ดีจะต้องสร้างความหวังให้กับนักกีฬาทุกคนได้ระลึกถึงเสมอ และทำให้นักกีฬาเข้าใจว่า มิติแห่งความหวังของนักกีฬาแต่ละคนประกอบด้วยความพยายามที่จะสร้างความพร้อม ให้ตนเองและทำให้สำเร็จตามจุดมุ่งหมายที่เป็นไปได้  ผู้ฝึกสอนที่มีประสิทธิภาพต้องเตรียมวิธีการไปสู่ชัยชนะที่เป็นไปได้ การเป็นนักกีฬา ควรจะได้ประโยชน์จากการฝึกฝนตนเองและได้รับประสบการณ์จากการฝึกกลยุทธ์และ ทักษะ มีโอกาสแข่งขันกีฬาหลังจากฝึกซ้อม และยังควรฝึกสมาธิอีกด้วย  ซึ่งในการแข่งขันจะพบอยู่เสมอว่านักกีฬา บางคนถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า  “เขาไม่มีสมาธิเลย”  แต่ไม่มีใครรู้และอธิบายได้ว่าเพราะเหตุใดนักกีฬาจึงเล่นไม่ดีอย่างกระทัน หัน แต่คาดเดาเอาเองว่า อาจมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น  การบาดเจ็บ หรือการเมื่อยล้า หรือกังวลกับผลที่คาดหวัง  นักกีฬาต้องได้รับการฝึกสมาธิเพื่อปรับพฤติกรรมให้ถูกต้องด้วยตนเองก่อนที่ จะมีผลกระทบต่อการแข่งขัน ผู้ฝึกสอนต้องควบคุมพฤติกรรมเพื่อช่วยให้นักกีฬาสามารถรักษาระดับสุดยอดของ การเล่นเอาไว้ได้   หากพบว่ามีสถานการณ์ที่ทำให้นักกีฬาต้องปรับพฤติกรรมในช่วงใด  ผู้ฝึกสอนควรจดบันทึกข้อมูลของสถานการณ์นั้น เพื่อเตรียมปรับปรุงนักกีฬาอย่างเป็นขั้นเป็นตอน และยกระดับความสามารถด้านจิตใจของนักกีฬา  โดยผู้ฝึกสอนควรฝึกวิธีการควบคุมตนเองของนักกีฬาให้ดี เพื่อป้องกันไม่ให้นักกีฬาเสียสมาธิจนต้องพ่ายแพ้ในรายการสำคัญ ซึ่งเราจะพบว่านักกีฬามีการเปลี่ยนระดับความสามารถเพราะสาเหตุนี้อยู่เสมอ ผู้ฝึกสอนต้องเอาใจใส่เรื่องการควบคุมตนเองของนักกีฬาและการควบคุมพฤติกรรม ที่จะไปในทางลบ และพยายามช่วยรักษาระดับทักษะและพฤติกรรมทางบวกเอาไว้ และควรบันทึกผลการปฏิบัติและแจ้งผลความก้าวหน้าในด้านต่าง ๆ ให้นักกีฬาทราบ</p>
<p><strong>5. วิธีการปรับพฤติกรรมผู้ฝึกสอน</strong></p>
<p>ลักษณะของพฤติกรรมการฝึกสอนที่ดีประการที่  5  คือ การสังเกตและให้ความสนใจกับตัวเองว่ามีพฤติกรรมเป็นอย่างไร  ในฐานะที่เป็นผู้ฝึกสอนต้องเรียนรู้ในสิ่งที่มีประโยชน์ต่อการปรับพฤติกรรม เพื่อให้สามารถนำไปใช้ตามจุดมุ่งหมายที่ตั้งไว้ และต้องรู้ว่า บางสิ่งที่ตนเองปฏิบัติอาจเป็นอุปสรรค์ต่อความต้องการดังกล่าว  ผู้ฝึกสอนก็เป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง ที่ทำหน้าที่ในสิ่งที่<br />
ท่านอาจรู้ไม่จริง  และรู้สึกว่ามันไม่เหมาะกับนิสัยของท่าน บางครั้งผู้ฝึกสอนอาจรู้สึกว่าพฤติกรรมที่แสดงออกนั้นผิด  แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรให้ดีกว่านี้  ดังนั้น การพยายามฝึกปรับพฤติกรรมให้ดีก็อาจจะช่วยให้ท่านเป็นผู้ฝึกสอนที่ดีได้  การให้ความสำคัญกับปรับพฤติกรรมผู้ฝึกสอนนี้มีความจำเป็นสำหรับผู้ฝึกสอนใน การเรียนรู้ เพื่อจดจำวิธีการฝึกสอนที่ดีไว้เป็นประสบการณ์ นอกจากนี้  วิธีการปรับพฤติกรรมดังกล่าวยังจะช่วยให้สามารถรักษาระดับความรู้เกี่ยวกับ นักกีฬาที่ท่านดูแลอยู่ได้เป็นอย่างดี ผู้ฝึกสอนที่มีประสิทธิภาพควรปรับพฤติกรรมไปในทางบวกดังนี้</p>
<p>1.  เขียนจุดมุ่งหมาย ทั้งที่เป็นจุดมุ่งหมายเฉพาะบุคคลและทีม ตั้งแต่ก่อนเริ่มต้นฤดูการฝึกซ้อม</p>
<p>2. เขียนเป้าหมายของการฝึกซ้อมไว้ตั้งแต่ต้นฤดูการแข่งขัน</p>
<p>3. กำหนดกลยุทธ์และเขียนแผนการฝึกทักษะและวิธีช่วยนักกีฬาให้ประสบผลสำเร็จตาม เป้าหมาย</p>
<p>4. ใช้วิธีการให้รางวัลด้วยการชมเชย ไม่ตะโกนต่อว่านักกีฬาระหว่างฝึกซ้อมและแข่งขัน</p>
<p>5. ให้โอกาสนักกีฬาแก้ไขข้อผิดพลาด หลังแจ้งผลการปฏิบัติโดยทันทีที่เขาทำผิดพลาด</p>
<p>6. ใช้วิธีการแก้ไขข้อผิดพลาดโดยการไม่ข่มขู่ หรือทำให้นักกีฬาอึดอัดใจ</p>
<p>7. นึกถึงความต้องการของนักกีฬาแต่ละคน (ที่อาจเป็นผลดีต่อการฝึกทักษะ) อยู่เสมอ</p>
<p>8. ให้เวลาชมเชยนักกีฬาที่เริ่มมีพัฒนาการ  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กับนักกีฬาใหม่ที่ยังต้องมีการการเอาใจใส่</p>
<p>ผู้ฝึกสอนควรเรียนรู้วิธีการประเมินผลตามวัตถุประสงค์ของการปฏิบัติงาน การฝึกสอนที่มีประโยชน์คือการได้รับประสบการณ์ที่มีคุณค่าเป็นการตอบแทนการ ปฏิบัติงาน การกำหนดจุดมุ่งหมายถือว่า เป็นพฤติกรรมที่เกิดจากตัวเองสามารถช่วยไม่ให้เกิดความสับสนวุ่นวายใจ ความผิดพลาด ความโกรธหรือความรู้สึกที่ว่า “ไม่รู้ว่าผิดอะไร”  ผู้ฝึกสอนที่ดีควรตั้งจุดมุ่งหมายและทำการประเมินตนเองอย่างซื่อสัตย์ซึ่ง เป็นวิธีการแก้ไขสิ่งที่ทำผิดพลาดให้ถูกต้องได้นอกจากการกำหนดจุดมุ่ง หมายอย่างไตร่ตรองและพยายามปรับพฤติกรรมที่บกพร่อง แล้วผู้ฝึกสอนควรยอมรับการกระทำของนักกีฬาทุกคนที่กระทำในการเล่นว่าได้ทำ สิ่งที่ดีและมีคุณค่าที่สุดแล้ว เมื่อเขารู้ว่าท่านเป็นคนดีจึงเป็นการง่ายมากที่จะปฏิบัติในสิ่งที่ดี  โดยประเมินตนเองอย่างมีระเบียบ การปฏิบัติการทดลอง และประเมินคุณลักษณะที่ดีของผู้ฝึกสอนซ้ำ ๆ จะเป็นหลักประกันความสำเร็จในอาชีพผู้ฝึกสอนได้</p>
<p><strong>6. มีการปรับพฤติกรรมจากมุมมองของสังคม</strong></p>
<p>ลักษณะสำคัญของพฤติกรรมการฝึกสอนที่ดี เกี่ยวกับมุมมองของสังคม ซึ่งในทางจิตวิทยาเรียกคุณลักษณะเช่นนี้ว่า  ความคาดหวังของสังคม (Martin and Pear :1983) เป็นวิธีการที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับพฤติกรรมผู้ฝึกสอน เพราะเหตุผลทางสังคมจะเป็นกระจกให้  ผู้ฝึกสอนในการแสวงหาคำตอบจากคำถาม 3 ข้อ ดังต่อไปนี้</p>
<p>1. นักกีฬา ผู้ปกครองหรือผู้ชมมีความเข้าใจหรือไม่ว่าจุดหมายของโปรแกรมการปฏิบัติงานมี อะไรบ้าง</p>
<p>2. นักกีฬารู้หรือไม่ว่าวิธีการสอนที่ผู้ฝึกสอนจะนำมาใช้คืออะไร</p>
<p>3. นักกีฬารู้หรือไม่ว่าผลลัพธ์ที่จะได้จากวิธีการสอนที่ผู้ฝึกสอนจะนำมาใช้คือ อะไร</p>
<p><strong> </strong>ผู้ฝึกสอนควรรวบรวมคำตอบทั้งหมดไว้อย่างน้อย 1- 2 คำตอบจากสถานการณ์ต่าง ๆ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจปฏิบัติหน้าที่และให้สามารถตั้งเป้าหมายที่ คิดว่าเหมาะสมหรือเพื่อใช้ปรับปรุงวิธีสอนนักกีฬาให้เหมาะสม ผู้ฝึกสอนจะตัดสินใจโดยอาศัยข้อมูลจากผลการแข่งขันหรือสถานการณ์เดิมที่ผู้ ฝึกสอนยอมรับเพียงอย่างเดียวนั้นคงไม่เพียงพอ ดังนั้น ผู้ฝึกสอนที่มีประสิทธิภาพ ควรกระตุ้นนักกีฬาให้ป้อนข้อมูลย้อนกลับจากคำถามที่ตั้งไว้หลาย ๆ ประการ  ดังตัวอย่างข้างต้น และพร้อมที่จะอธิบายให้นักกีฬาเข้าใจและยอมรับจุดมุ่งหมายที่ผู้ฝึกสอนกำหนด ว่า เป็นจุด มุ่งหมายที่สามารถจะกระทำให้สำเร็จได้   ผู้ฝึกสอนที่มีประสิทธิภาพควรปฏิบัติหน้าที่ตามวิธีที่เห็นว่าเหมาะ สมอย่างสม่ำเสมอด้วยการวางแผนก่อนแข่งขัน และประเมินผลความสำเร็จหลังฤดูการแข่งขัน  ตลอดจนสังเกตปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นจากนักกีฬาโดยตรง หรือจากการตอบแบบ สอบถามเพื่อให้นักกีฬารู้สึกว่าวิธีการที่ผู้ฝึกสอนใช้อยู่เป็นวิธีการที่มี ประโยชน์ โดยปกติผู้ฝึกสอนไม่ควรให้นักกีฬาตอบคำถามตรง ๆ แต่ควรสร้างปฏิสัมพันธ์ในทางบวกกับนักกีฬา แล้วจึงให้นักกีฬาสรุปความคิดเห็นในตอนสุดท้าย ผู้ฝึกสอนที่มีประสิทธิภาพควรให้ความสำคัญกับจุดมุ่งหมายที่เป็นไปได้ของนัก กีฬาแต่ละคน มากกว่าการยอมรับการตีค่าของชัยชนะเป็นเงินลงทุน เพราะนักกีฬามีสิทธิจะได้รับประสบการณ์ในการเล่นกีฬาประเภทนั้น ๆ ตามแต่โอกาสจะอำนวย  จึงเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ฝึกสอนที่ต้องสอนให้นักกีฬามีความ สามารถอย่างเต็มที่ และต้องสอนจนแน่ใจว่านักกีฬาจะได้รับประสบการณ์และสามารถนำไปใช้ได้อย่าง สนุกสนาน และทำให้นักกีฬายอมรับผู้ฝึกสอนที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างมีเป้าหมาย และหลักวิชาการว่าสามารถจะนำทีมไปสู่เป้าหมายของการแข่งขันได้อย่างแน่นอน</p>
<p><a href="http://113.53.230.150/%7Enitiphan/coachwp/wp-content/uploads/2010/03/p2-1.gif"><img title="p2-1" src="http://113.53.230.150/%7Enitiphan/coachwp/wp-content/uploads/2010/03/p2-1-300x286.gif" alt="" width="300" height="286" /></a><br />
<strong>พฤติกรรมการฝึกสอนที่ควรระมัดระวัง </strong></p>
<p>วิธีการที่ผู้ฝึกสอนจะเข้าไปมีอิทธิพลเหนือนักกีฬา มีทั้งการแสดงพฤติกรรมในทางบวกและลบ เช่น การให้รางวัลกับนักกีฬาที่แสดงความสามารถตามที่ผู้ฝึกสอนต้องการ หรือ การทำโทษ<br />
ผู้ฝึกสอนส่วนมากใช้วิธีการเสริมแรงทั้งทางบวก และทางลบผสมผสานกันหรือบางคนอาจใช้วิธีการในทางลบทั้งหมดก็มี ( Rushall : 1983) พฤติกรรมที่ควรสร้างให้เกิดขึ้นจนเป็นปกติในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ฝึกสอน  และสิ่งควรระมัดระวังมี  3  ประการดังต่อไปนี้</p>
<p>1. ตั้งใจที่จะแจ้งผลการปฏิบัติของนักกีฬาใน ทางบวก</p>
<p>ผู้ฝึกสอนควรเตรียมการสอนอย่างมีขั้นตอนมากกว่าที่จะตะโกนใส่ หรือแจ้งผลการปฏิบัติของนักกีฬาในทางทางลบ ซึ่งการแจ้งผลในทางลบกระทำได้ง่ายและผู้ฝึกสอนมักใช้บ่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  การแจ้งผลในทางลบกับนักกีฬาเยาวชนที่ทำผิดพลาดผู้ฝึกสอนต้องคิดให้ดีก่อน ที่จะใช้คำพูดในเชิงตำหนิที่ไม่เหมาะสม เพราะเมื่อกล่าวออกไปแล้ว ผู้ฝึกสอนจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ค่อนข้างเสียหาย เสียภาพพจน์ อาจถูกประณามหรือเยาะเย้ยถากถางจากคนที่พบเห็น และบางคนคงไม่ให้อภัยในข้อผิดพลาดนี้ จากผลการวิจัยของ มาร์ติน และ เพียร์ (Martin and Pear : 1983) ชี้ให้เห็นว่าการลงโทษผู้ที่ไม่ต้องการรับโทษทั้งทางตรงและทางอ้อมหลาย ๆ ครั้งเป็นเหตุขัดขวางอารมณ์ในการปฏิบัติทักษะของบุคคล หรือขัดขวางการเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ เพราะเป็นการระงับพฤติกรรมการเรียนรู้เอาไว้ การลงโทษอาจเป็นเหตุให้นักกีฬาแสดงพฤติกรรมหรือทักษะที่ผู้ฝึกสอนไม่ต้องการ และต่อต้านการสอน นอกจากนี้ การลงโทษที่ไม่เหมาะสมอาจจะมีผลกระทบไปสู่การเรียนรู้กิจกรรมอื่นด้วย ถ้านักกีฬาได้รับการลงโทษที่ไม่เหมาะสมหลาย ๆ ครั้งในขณะแข่งขันหรือฝึกซ้อมนักกีฬาก็อาจจะตัดสินใจเลิกเล่น หลบเลี่ยงหรือไม่ยอมเล่นกีฬาที่มีลักษณะคล้ายกับกีฬาที่เขาถูกทำโทษก็ได้  เช่นเดียวกับที่ จอห์น ดิกสัน ( John  Dickson :1977)  ได้เขียนเตือนสติผู้ฝึกสอนไว้ว่า</p>
<p><em> “ภายหลังจากที่นักกีฬาถูกลงโทษจากการเล่นกีฬาหนึ่ง อาจมีผลกระทบต่อกีฬาอีกหลายประเภทที่มี</em>ลั<em>กษณะ คล้ายกัน หรือทำให้ผลการแข่งขันออกมาอย่างผิดความคาดหมาย นอกจากนี้ การที่นักกีฬาหลบเลี่ยงอาจมีสาเหตุจากการที่นักกีฬาเคยถูกทำโทษมาก่อน ข้าพเจ้าวิเคราะห์อย่าง ใจเป็นกลางว่าเหตุการณ์เช่นนี้คงเกิดขึ้นหลายครั้งกับผู้ใหญ่ที่ไม่ยอมเล่น กีฬา</em> <em>และการฝึกกีฬาในโรงเรียนก็เช่นกัน คงมีการแอบลงโทษนักกีฬาโดยไม่เหมาะสมในบางเรื่องที่เกี่ยวการเล่นอยู่บ้าง”</em></p>
<p>จากความเห็นข้างต้น ผู้ฝึกสอนควรปรับวิธีจูงใจหรือวิธีเสริมแรงที่ไม่เหมาะสม เพราะอาจจะ สร้างความไม่พอใจและกระทบต่อการปฏิบัติทักษะได้ โดยผู้ฝึกสอนควรดูแลให้ความสนใจนักกีฬาและแจ้งผลการปฏิบัติทั้งในทางบวกและ ลบอย่างสม่ำเสมอ ให้นักกีฬารับรู้ความจริงจากผู้ฝึกสอน และอาจทดลองเก็บข้อมูลโดยจดบันทึกจำนวนครั้งในการชมเชยนักกีฬาในทางบวกและ ทางลบทุกครั้ง เช่น การตะโกน การวิจารณ์ <em> </em>หัวเราะเยาะนักกีฬา เพื่อให้ผู้ฝึกสอนทราบว่าควรจะใช้วิธีการแจ้งผลการปฏิบัติด้วยวิธีใดมากกว่า กัน ผลการวิจัยของ มาร์ติน และ เพียร์ สอดคล้องกับตัวอย่างสรุปว่า สัดส่วนการแจ้งผลการปฏิบัติในทางบวกกับทางลบมีอัตราส่วน 4 : 1 (Martin and Pear :1983) ดังนั้น  การฝึกสอนนักกีฬารุ่นเยาว์ควรที่จะแจ้งผลการปฏิบัติทางบวกมากกว่าทางลบ การแจ้งผลควรปฏิบัติให้ถูกต้องสอดคล้องกับพฤติกรรมที่ผิดพลาดของนักกีฬา ผู้ฝึกสอนควรใช้การแนะนำหรืออธิบายที่เหมาะสม  เพื่อให้นักกีฬาปฏิบัติให้ถูกต้อง เช่น การสั่งให้เหยียดแขนซ้ายให้เต็มที่ หรือสั่งว่าอย่าพับข้อมือมากจนเกินไปขณะเหวี่ยงแร็กเก็ตไปข้างหลัง เป็นต้น เช่นเดียวกับที่ สีเดนทอป (Siedentop : 1976) กล่าวว่า ครูพลศึกษาควรใช้การแจ้งผล ในทางบวกพร้อมกับการแก้ไขการปฏิบัติที่ผิดให้ถูกต้องในอัตราส่วน 3 :1 หรือ 4 : 1</p>
<p>2. พยายามขจัดสิ่งล่อใจที่ขัดขวางการเรียนรู้ของนักกีฬา</p>
<p>ผู้ฝึกสอนควรบอกนักกีฬาอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอถึงวิธีปฏิบัติที่ถูก ต้อง หรือต้องสาธิตใหม่ให้นักกีฬาเห็นทักษะและวิธีปฏิบัติที่ถูกต้องให้ชัดเจนมาก เท่าที่ จะทำได้  ผู้ฝึกสอนไม่ควรใช้สิ่งล่อใจเพราะทุกครั้งนักกีฬาอาจจะต่อต้านสิ่งล่อใจ ต่าง ๆ ที่เป็นการขัดขวางการฝึกทักษะ  แต่ควรจะชี้ให้นักกีฬามองเห็นและปฏิบัติให้ดีที่สุด  ผู้ฝึกสอนไม่ควรชมเชยการปฏิบัติและวิจารณ์ไปพร้อมกันเพื่อปรับทักษะนักกีฬา แต่ควรเฝ้าดูการปฏิบัติทักษะ พร้อมทั้งกล่าวคำชมเชยและแก้ไขข้อผิดพลาดเป็นกรณีไป</p>
<p>3.  ศึกษาหาความรู้ที่ทันสมัยอยู่เสมอ</p>
<p>ผู้ฝึกสอนควรให้นักกีฬาฝึกปฏิบัติตามหลักวิทยาศาสตร์การกีฬา หรือหลักจิตวิทยาการกีฬา ผู้ฝึกสอนบางท่านอาจไม่เห็นด้วยกับวิธีแจ้งผลปฏิบัติในทางบวก หรือการให้รางวัล แต่เชื่อว่าควรให้นักกีฬามีความรับผิดชอบเพราะจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี ถ้าได้เรียนรู้ด้วยการเลียนแบบและกระทำสิ่งต่าง<em> </em>ๆ<em> </em>ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องชมเชยตลอดเวลา ดังนั้นจึงสามารถสรุปพฤติกรรมของผู้ฝึกสอนในลักษณะต่าง ๆ ได้  5 ประเภท  ดังนี้</p>
<p>3.1   ผู้ฝึกสอนที่ชอบแสดงพฤติกรรมในทางบวก ผู้ฝึกสอนลักษณะนี้ยอมรับหลักจิตวิทยาการศึกษาที่ว่า ควรใช้วิธีการทางบวกปรับพฤติกรรมนักกีฬาตามที่ต้องการ (Alberto  and  Troutman:1982,  Kazdin:1984,  Walker  and  Shea : 1984)</p>
<p>3.2   ผู้ฝึกสอนที่ชอบแสดงพฤติกรรมในทางลบ มักคิดว่า การเรียนรู้ไม่จำเป็น<br />
ต้องมีรางวัล และไม่เชื่อว่ารางวัลจะมีอิทธิพลและเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต (Martin and  Pear : 1983)</p>
<p>3.3  ผู้ฝึกสอนแบบเผด็จการ มักเห็นขัดแย้งกับการแสดงพฤติกรรมทางบวก และใช้วิธีแจ้งผลในทางลบมากกว่าทางบวก นอกจากนี้ เขายังเชื่อว่าควรจะให้เด็กมีความรับผิดชอบตนเอง แต่กลับชอบควบคุมนักกีฬาตลอดเวลาฝึก ชอบพูดเยาะเย้ย ถากถาง วิจารณ์และลงโทษนักกีฬาในแบบไม่เหมาะสมอีกด้วย</p>
<p>3.4  ผู้ฝึกสอนประเภทวางเฉย<strong> </strong>ไม่ชอบแสดงความเห็นใด ๆ กับปฏิกิริยาของนักกีฬา  ไม่สนใจความคิดของนักกีฬาที่มีต่อวิธีการฝึกที่นำมาใช้</p>
<p>3.5   ผู้ฝึกสอนแบบตามสบาย จะไม่ยอมรับคำว่า “หลักการฝึกสอน”  และไม่ยอมนำวิธีการใด ๆ ไปใช้   จากรายงานการวิจัยของ สมิท และคณะ (Smith and others : 1979) สรุปได้ว่า  ถ้ามีบุคคลที่จะให้เลือกเป็นผู้ฝึกสอนของทีม  นักกีฬารุ่นหนุ่มสาวจะเลือกอยู่กับผู้ฝึกสอนที่มีการให้รางวัลบ่อยครั้ง</p>
<p>แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้ปกครองบางคนที่ชอบให้สอนนักกีฬาโดยวิธีการเสริมแรงในทางลบมากกว่า ทางบวก  แต่ก็เชื่อว่าผู้ฝึกสอนและผู้ปกครองจำนวนมากที่ชอบวิธีการฝึกสอนที่มีการ เสริมแรงในทางบวก  และประโยชน์ที่จะเป็นข้อคิดจากโค้ชประเภทต่าง ๆ มีดังต่อไปนี้คือ</p>
<p>(1)  ควรปรับพฤติกรรมและนำวิธีที่เหมาะสมมาใช้ในการปรับพฤติกรรมนักกีฬาและการ จัดบริหารโปรแกรมกีฬา</p>
<p>(2) กระบวนการพฤติกรรมการฝึกสอนข้างต้นเป็นวิธีการที่จะนำไปสู่การประเมิน ประสิทธิภาพผู้ฝึกสอนได้  ซึ่งผู้ฝึกสอนก็ต้องฝึกฝน ต้องเรียนรู้ ต้องสร้างความก้าวหน้าเช่นเดียวกับนักกีฬา และต้องพยายามทำฤดูการแข่งขันให้สดใส  การจะเป็นผู้ฝึกสอนที่มีประสิทธิภาพต้องมีการประเมินตนเองและยอมรับที่จะ ปรับพฤติกรรมการฝึกสอนได้</p>
<p><strong>สรุป</strong></p>
<h5>วิธีการฝึกสอนที่มีประสิทธิภาพ   เป็นกระบวนการที่มีการวัดและประเมินพฤติกรรมของนักกีฬา  นำวิธีการปรับพฤติกรรมในทางบวกมาใช้ประโยชน์เสมอ เพื่อปรับและรักษาพฤติกรรมที่ต้องการ  ส่งเสริมให้นักกีฬามีความพร้อม และแข่งขันกับตัวเองให้ดีเท่า ๆ กับการแข่งขันกับมาตรฐานของผู้อื่น ทดลองและประเมินพฤติกรรมของผู้ฝึกสอนอย่างต่อเนื่อง และยอมรับฟังเหตุผลและข้อคิดเห็นของนักกีฬาที่เกี่ยวกับวิธีการฝึกสอน มีการส่งเสริมพฤติกรรมการฝึกสอนให้มีประสิทธิภาพ ด้วยการนำระบบข้อมูลมาใช้ประเมินและอภิปรายประสิทธิผล  และมีความต้องการอย่างแรงกล้าที่จะปรับพฤติกรรมการฝึกสอน ตลอดทั้งนำวิธีการใหม่มาประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ต่างๆ และสรุปข้อควรระวังเป็นพิเศษสำหรับผู้ที่จะฝึกการเป็นผู้ฝึกสอนที่มี ประสิทธิภาพซึ่งต้อง<br />
แสดงพฤติกรรม  3  ประการ คือ</h5>
<p>(1)   แจ้งผลการปฏิบัติอย่างระมัดระวัง เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นไปในทางบวกมากกว่าทางลบ</p>
<p>(2)   ชมเชยนักกีฬาบ่อย ๆ เพื่อพัฒนาทักษะโดยส่วนรวมมากกว่าการส่งเสริมให้ชำนาญเฉพาะทักษะบางอย่างมาก เกินไป จนเป็นการปฏิบัติที่ผิด</p>
<p>(3)  ศึกษาและหาความรู้ที่ทันสมัยอยู่เสมอ เช่น หลักวิทยาศาสตร์การกีฬาและจิตวิทยาการกีฬา เป็นต้น</p>
<p><strong>คำถามท้ายบท</strong></p>
<ol>
<li>คุณลักษณะของการฝึกสอนที่มีประสิทธิภาพประการแรกคืออะไร</li>
<li>บางท่านเชื่อว่าการฝึกสอนเป็นหลักวิทยาศาสตร์ บางท่านเชื่อว่าการฝึกสอนเป็นศิลปะ  ท่านมีความเชื่อแบบไหนเพราะเหตุใด</li>
<li>เพราะเหตุใดการพัฒนาและการบำรุงรักษาพฤติกรรมของนักกีฬาจึงมีความสำคัญ  และการดำเนินงานดังกล่าวมีความแตกต่างกันอย่างไร</li>
<li>จงอธิบายความจำเป็นของพฤติกรรมการฝึกสอนที่ต้องเน้นการควบคุมตนเองและ การแข่งขันด้วย</li>
<li>การฝึกสอนที่มีประสิทธิภาพต้องกล่าวถึงพฤติกรรมของผู้ฝึกสอนในด้านใด บ้าง</li>
<li>คุณลักษณะของการฝึกสอนที่มีประสิทธิภาพ 6 ประการ ที่สังคมยอมรับ มีคำถาม  3 ข้อ ที่เกี่ยวข้องกับคำถามในด้านพฤติกรรมการฝึกสอนคืออะไร</li>
<li>ข้อควรคำนึง 3 ข้อ ของผู้ฝึกสอนที่พยายามจะฝึกการเป็นผู้ฝึกสอนที่มีประสิทธิภาพมีอะไรบ้าง</li>
<li>โดยสรุปแล้ว ลักษณะสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ 4 ประการ ของผู้ฝึกสอนในการลงโทษนักกีฬา<br />
คืออะไร</li>
<li>มีงานวิจัยที่สรุปว่าอัตราส่วนที่ต้องการในทางบวกและลบในการป้อนข้อมูล ย้อนกลับให้กับนักกีฬาเยาวชนคืออัตราส่วนเท่าใด</li>
<li>เพราะเหตุใดผู้ฝึกสอนจึงควรเลี่ยงคำว่า “ใช่” แต่ใช้คำว่าปฏิบัติให้เป็น “นิสัย” แทน</li>
<li>มีผู้ฝึกสอนบางคนที่ไม่เชื่อว่าการให้รางวัลมีประโยชน์ ท่านมีความเชื่อตามนั้นหรือไม่เพราะเหตุใด</li>
</ol>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>เอกสารอ้างอิง</h2>
<p>หลุย  จำปาเทศ  “จิตวิทยาการจูงใจ”  <strong>จิตวิทยาพื้นฐานการศึกษา</strong> เอกสารคำสอนคณะครุศาสตร์  มปท.  มปป.</p>
<p>นิติพันธ์  สระภักดิ์   <strong>หลักการสอนพลศึกษาในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา</strong> พิมพ์ที่วิทยาลัยพลศึกษาจังหวัดชุมพร  2534</p>
<p>พรสวรรค์ สระภักดิ์   <strong>การฝึกและการจัดการกีฬาวอลเลย์บอล</strong> พิมพ์ที่วิทยาลัยพลศึกษาจังหวัดชุมพร  2536</p>
<p>อาภา จันทรสกุล และ อัญชัน เกียรติบุตร <strong>การปรับพฤติกรรมทางการศึกษา</strong> ภาควิชาการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  มปท.  มปป.</p>
<p>Longman, <strong>Dictionary  of  Contemporary  English</strong>, Pitman Press,  Great Britain, 1984.</p>
<p>Martin L. Garry and Lumsden A.Joan “Effective Behavioral Coaching: What’s It All About?”  <strong>Coaching :  An Effective Behavioral Approach</strong>,  Bosby College Publishing, St.Louis, 1987.</p>
</div>
</div>
<div class="al2fb_comments_plugin"><div id="fb-root"></div><script type="text/javascript">
(function(d, s, id) {
  var js, fjs = d.getElementsByTagName(s)[0];
  if (d.getElementById(id)) return;
  js = d.createElement(s); js.id = id;
  js.src = "//connect.facebook.net/en_US/all.js#xfbml=1&appId=381235355226671";
  fjs.parentNode.insertBefore(js, fjs);
}(document, "script", "facebook-jssdk"));
</script>
<fb:comments num_posts="15" width="630" colorscheme="light" href="http://www.49tennis.com/rqclub/?p=495"></fb:comments></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.49tennis.com/rqclub/?feed=rss2&#038;p=495</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บทนำ</title>
		<link>http://www.49tennis.com/rqclub/?p=493</link>
		<comments>http://www.49tennis.com/rqclub/?p=493#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 15 Feb 2012 15:24:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[วิธีการฝึกสอนกีฬาที่มีประสิทธิภาพ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.49tennis.com/rqclub/?p=493</guid>
		<description><![CDATA[มาร์ติน และ ลัมส์เดน (Martin and  Lumsden : 1987) กล่าวว่า โค้ชหรือผู้ฝึกสอนควรให้ความสนใจกับคำพูดเล็กน้อย ๆ ที่ใช้กับนักกีฬา  เช่น  ไม่ควรพูดว่า “ยิงประตูพลาดอีกแล้ว” หรือโค้ช  อาจจะเผลอตะโกนลงไปในสนามในขณะฝึกบาสเกตบอลโดยลืมตัว ผู้ที่ไม่ได้เป็นนักกีฬาอาจคิดว่า  “โค้ชไม่ควรกล่าวกับนักกีฬาเช่นนั้น” ภาพลักษณ์ของการโค้ชที่มีประสิทธิภาพ ผู้ฝึกสอนควรปฏิบัติงานฝึกสอนกีฬาของเขาโดย ความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญ  โดยอาจได้รับการฝึกอบรมและทดลองการฝึกด้วยการใช้ระบบหรือวิธีการต่าง ๆ ในการจูงใจนักกีฬาเพื่อให้การฝึกได้ผลดีกับทักษะต่าง ๆ ตามชนิดกีฬา  เช่น  การเลี้ยงลูกยิงประตู  การฝึกกระโดดยิงประตู  และการฝึกการยิงลูกโทษ  ในการฝึกแต่ละวัน  นอกจากนี้  ควรศึกษาสิ่งที่เป็นประโยชน์จาก “การฝึกเล่นเป็นทีม”  และการให้กำลังใจเพื่อนร่วมทีม  การทดลองการฝึกดังกล่าวจะไม่เกิดผลถ้าผู้ฝึกสอนขาดความ “กระตือรือร้น”  หรือ  “วางตัวไม่ดี”  ผู้ฝึกสอนควรใช้ผู้ช่วยหรืออาสาสมัครในการ บันทึกพฤติกรรมต่าง ๆ  ไว้เพื่อจัดการฝึกของทีม  ข้อมูลต่าง ๆ นี้สามารถนำมาบอกให้ผู้เล่นรับทราบได้อย่างละเอียดเพื่อเป็นข้อมูลย้อนกลับ  นอกจากนี้  ผู้ฝึกสอนยังสามารถทบทวนผลการปฏิบัติ ให้นักกีฬาเห็นจากการบันทึกผลและชี้ให้เห็นข้อดีของการฝึกแต่ละครั้ง  ผู้เล่นจะได้รับประโยชน์อย่างมากจากสิ่งที่ตั้งไว้เป็นรางวัลที่อาจเรียก  “ความพยายามที่ทรงคุณค่า”  รางวัลยอดเยี่ยมที่ได้รับภายหลังฤดูการแข่งขัน  ได้รับคำชมเชย  และมีชื่อติดในห้องเกียรติยศ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="al2fb_like_button"><div id="fb-root"></div><script type="text/javascript">
(function(d, s, id) {
  var js, fjs = d.getElementsByTagName(s)[0];
  if (d.getElementById(id)) return;
  js = d.createElement(s); js.id = id;
  js.src = "//connect.facebook.net/en_US/all.js#xfbml=1&appId=381235355226671";
  fjs.parentNode.insertBefore(js, fjs);
}(document, "script", "facebook-jssdk"));
</script>
<fb:like href="http://www.49tennis.com/rqclub/?p=493" send="true" layout="standard" show_faces="false" width="25" action="like" font="arial" colorscheme="light" ref="AL2FB"></fb:like></div><div>
<div>
<p>มาร์ติน และ ลัมส์เดน (Martin and  Lumsden : 1987) กล่าวว่า โค้ชหรือผู้ฝึกสอนควรให้ความสนใจกับคำพูดเล็กน้อย ๆ ที่ใช้กับนักกีฬา  เช่น  ไม่ควรพูดว่า “ยิงประตูพลาดอีกแล้ว” หรือโค้ช  อาจจะเผลอตะโกนลงไปในสนามในขณะฝึกบาสเกตบอลโดยลืมตัว ผู้ที่ไม่ได้เป็นนักกีฬาอาจคิดว่า  “โค้ชไม่ควรกล่าวกับนักกีฬาเช่นนั้น”</p>
<h3>ภาพลักษณ์ของการโค้ชที่มีประสิทธิภาพ</h3>
<p>ผู้ฝึกสอนควรปฏิบัติงานฝึกสอนกีฬาของเขาโดย ความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญ  โดยอาจได้รับการฝึกอบรมและทดลองการฝึกด้วยการใช้ระบบหรือวิธีการต่าง ๆ ในการจูงใจนักกีฬาเพื่อให้การฝึกได้ผลดีกับทักษะต่าง ๆ ตามชนิดกีฬา  เช่น  การเลี้ยงลูกยิงประตู  การฝึกกระโดดยิงประตู  และการฝึกการยิงลูกโทษ  ในการฝึกแต่ละวัน  นอกจากนี้  ควรศึกษาสิ่งที่เป็นประโยชน์จาก “การฝึกเล่นเป็นทีม”  และการให้กำลังใจเพื่อนร่วมทีม  การทดลองการฝึกดังกล่าวจะไม่เกิดผลถ้าผู้ฝึกสอนขาดความ “กระตือรือร้น”  หรือ  “วางตัวไม่ดี”  ผู้ฝึกสอนควรใช้ผู้ช่วยหรืออาสาสมัครในการ บันทึกพฤติกรรมต่าง ๆ  ไว้เพื่อจัดการฝึกของทีม  ข้อมูลต่าง ๆ นี้สามารถนำมาบอกให้ผู้เล่นรับทราบได้อย่างละเอียดเพื่อเป็นข้อมูลย้อนกลับ  นอกจากนี้  ผู้ฝึกสอนยังสามารถทบทวนผลการปฏิบัติ ให้นักกีฬาเห็นจากการบันทึกผลและชี้ให้เห็นข้อดีของการฝึกแต่ละครั้ง  ผู้เล่นจะได้รับประโยชน์อย่างมากจากสิ่งที่ตั้งไว้เป็นรางวัลที่อาจเรียก  “ความพยายามที่ทรงคุณค่า”  รางวัลยอดเยี่ยมที่ได้รับภายหลังฤดูการแข่งขัน  ได้รับคำชมเชย  และมีชื่อติดในห้องเกียรติยศ ผลจากการศึกษา</p>
<p>สรุปได้ว่า  ความสามารถของนักกีฬาบาสเกตบอลในการฝึกเพื่อพัฒนาการวิ่งยิงประตู โดยเพิ่มจากค่าเฉลี่ยความแม่นจากร้อยละ  68  เป็นร้อยละ  80 หลังการฝึกอย่างเป็นระบบ   ค่าเฉลี่ยความแม่นในการกระโดดยิงประตูพัฒนาจากร้อยละ 37 เป็นร้อยละ 51 การยิงประตูโทษเพิ่มจากร้อยละ  59  เป็น  67  และการพัฒนาอย่างเหลือเชื่อดังกล่าวจะส่งผลต่อการเล่นทีมอย่างเต็มที่  ผู้ฝึกสอน ส่วนใหญ่ยอมรับว่า  <strong>“การทำงานเป็นทีมย่อมดีกว่าการทำ เพียงคนเดียว” </strong></p>
<p><strong><a href="http://113.53.230.150/%7Enitiphan/coachwp/wp-content/uploads/2010/03/p1-11.gif"><img title="p1-1" src="http://113.53.230.150/%7Enitiphan/coachwp/wp-content/uploads/2010/03/p1-11-217x300.gif" alt="" width="292" height="403" /></a><br />
</strong></p>
<p>กลยุทธ์ในการพัฒนาประสิทธิภาพในการฝึกสอน เป็นการบำรุงขวัญและกำลังใจ เพื่อส่งเสริมให้ผู้ฝึกสอนทำให้นักกีฬามีพฤติกรรมตามที่ต้องการ  การแสดงให้นักกีฬาเห็นข้อดีข้อเสียบ่อย ๆ  และแสดงให้เห็นผลของพฤติกรรมและความสามารถของนักกีฬา จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีของนักกีฬา  นอกจากนี้  ยังส่งเสริมให้ผู้ฝึกสอนสามารถประเมินวิธีการฝึกสอนของตนได้มากขึ้น อันจะเป็นวิธีการที่ดีในการพัฒนาตัวผู้ฝึกสอนเอง  และเป็นวิธีการประเมิน</p>
<h3>ความสามารถไปสู่การฝึกสอนนักกีฬาในทุกระดับอายุตามที่ผู้ฝึกสอนต้องการ ดังนั้นตัวอย่างและวิธีการจากหนังสือเล่มนี้จะเป็นพื้นฐานสำหรับผู้ฝึกสอน ที่สามารถประยุกต์ใช้กับนักกีฬาในทุกระดับได้</h3>
<h3>ตัวอย่างเหตุการณ์ที่ผู้ฝึกสอนอาจต้องเผชิญ</h3>
<p><strong>กรณี </strong><strong>“ปัญหาในทีมฟุตบอล”</strong></p>
<p>ผู้ฝึกสอนคนหนึ่งพบปัญหาเกิดขึ้นในทีมฟุตบอลอายุ  9 -10  ปีของเขา ที่กำลังดำเนินไปด้วยดี เมื่อทีมได้รับชัยชนะในการแข่งขัน  แต่ปัญหามีอยู่ว่า  พ่อแม่ของนักกีฬาคาดหวังและเน้นแต่เรื่องชัยชนะมากเกินไป  โดยคิดถึงแต่เรื่องการจัดผู้เล่นที่จะลงแข่งขันมากเกินไป  แม่ของนักกีฬาคนหนึ่งพูดว่า  “ลูกของเขาควรจะต้องวิ่งให้มากขึ้น  และแสดงท่าทางที่ไม่เบิกบานเมื่อทีมของตนแพ้”  นอกจากนี้  ผู้ปกครองของนักกีฬาบางคนยังเป็นกังวลกับความคิดเห็นของแม่ของนักกีฬาดัง กล่าวแบบที่เรียกว่า  “ประหนึ่งว่าเป็นคนมีธรรมะ” หรือ “หวังให้มีแต่ความสวยงามเพียงอย่างเดียว”  โลกของการแข่งขันตามความคิดของผู้ปกครองเป็นโลกที่ไม่มีความขัดแย้ง  โดยสนใจแต่การเรียนรู้เพื่อเอาชนะในเกมกีฬาให้ได้โดยไม่สอนให้เด็กเรียนรู้ วิธีการเอาชนะในการดำเนินชีวิต  และแม่ของนักกีฬาคนหนึ่งเน้นกับนักกีฬาว่า  “จงเอาชนะให้ได้  แต่อย่าให้ได้รับบาดเจ็บนะ”</p>
<p>ด้วยปัญหาต่าง ๆ ข้างต้น  ถ้าท่านเป็นผู้ฝึกสอนที่อยู่ตรงกลางและรับข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้  ผู้ฝึกสอนต้องเป็นสื่อกลางที่จะทำให้ทุกคนมีความสุขอย่างสมดุล  ทั้งในระหว่างที่กำลังฝึกเพื่อพัฒนาทักษะและในการแข่งขัน  หรือในระหว่างที่กำลังต้องการชัยชนะและความสนุกสนานกับเกมการแข่งขัน   หรือทำให้ผู้เล่นแต่ละคนได้รับการยกย่องชมเชยและจดจำวิธีการเล่นและทำดีที่ สุดโดยไม่ต้องคำนึงถึงผลการแข่งขันว่าจะออกมาอย่างไร และผู้ฝึกสอนควรมีความเชื่อเรื่องการที่จะให้ข้อมูลย้อนกลับในทางบวกมากกว่า การอุทานด้วยความประหลาดใจ และตำหนินักกีฬาอย่างรุนแรงที่ทำผิดพลาด ความคิดของผู้ปกครองดังกล่าวข้างต้นคงไม่ใช่สิ่งที่เลวร้ายเกินไปในการที่ เป็นห่วงผู้เล่น ดังนั้น การสอนในตำแหน่งต่าง ๆ เช่น  ผู้เล่นกองหลัง ในช่วงต้นฤดูการแข่งขันผู้ฝึกสอนควรให้นักกีฬาได้ทำการศึกษาและจดจำวิธีการ เล่นจากตำรา  นักกีฬาต้องคอยดูตารางการฝึกและติดตามการสอน  ทั้งนี้  ผู้ฝึกสอนต้องใช้เวลาในการอธิบายการเล่นให้ผู้เล่นตำแหน่งกองหลังรู้ว่า นักกีฬาต้องใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งหนึ่งในแต่ละวันที่ฝึกซ้อม  และชี้ให้เห็นข้อผิดพลาดอยู่บ่อย ๆ เช่น พ่อของนักกีฬาที่เล่นกองหลังคนหนึ่งได้จดสถิติเกี่ยวกับความสามารถของทีมและ นำมาแสดงให้นักกีฬาได้เห็นจากการฝึกซ้อม  17  ครั้ง  และการแข่งขัน  5  ครั้งที่ผ่านมาว่ามีความผิดพลาดเกิดขึ้นมากมาย พ่อของนักกีฬาคนนั้นกล่าวกับผู้ฝึกสอนว่า “ผมอยากจะบอกว่าลูกของผม เล่นกองหลังได้ถูกต้องเพียงร้อยละ  60  เท่านั้น”  และเขาเล่นได้ไม่ดีขึ้นเขาเล่นตำแหน่งกองหลังไม่ได้หรอก  นักกีฬาอาจมีความรู้สึกเจ็บปวดเมื่อได้ยินคำพูดดังกล่าว  แต่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไปและไม่รู้ว่าจะเล่นในตำแหน่งใดอีก  คำถามท้าทายที่เกิดขึ้นจากตัวอย่างนี้  ได้แก่</p>
<ul>
<li>ผู้ฝึกสอนจะดำเนินการในจุดนี้ต่อไปอย่างไรเพื่อที่จะเน้นชัยชนะให้ได้ อย่างงดงาม  การส่งเสริมเยาวชนให้ได้รับการพัฒนา และต้องแน่ใจว่าเยาวชนได้รับความสนุกสนานจากการเล่นกีฬาด้วย</li>
<li>ควรใช้กลยุทธ์เพื่อใช้พัฒนาการเล่นและพัฒนาความสามารถในการเล่นของ เยาวชนผู้เล่นกองหลังอย่างไร</li>
<li>ผู้ฝึกสอนจะจัดการกับความขัดแย้งของผู้ปกครองในฐานะผู้ที่ท่านอยู่ตรง กลางระหว่างนักกีฬากับผู้ปกครองเพื่อให้บรรลุเป้าหมายและคุณค่าของการเตรียม ทีมกีฬาของเยาวชนอย่างไร</li>
</ul>
<h3>กรณีตัวอย่างของผู้ฝึกสอนกับการสอนกีฬากอล์ฟ</h3>
<p>จากการที่ชายคนหนึ่งได้มีโอกาสเฝ้าสังเกตการสอนของผู้ฝึกสอนกีฬากอล์ฟคน หนึ่ง  ซึ่งกำลังสอนผู้เรียนที่เขาคิดว่ากำลังเกิดความล้มเหลวในการเรียนและกำลัง เกิดความสับสน  ชายผู้เฝ้า สังเกตได้เก็บซ่อนความรู้สึกเห็นอกเห็นใจไว้และคิดในใจว่า “นักกีฬาคนนั้นช่างน่าสงสาร”  “น่าจะมีวิธีการสอนกอล์ฟที่ดีกว่านี้”  ปัญหาดังกล่าวจึงเป็นที่สนใจของนักศึกษาปริญญาโททางด้านจิตวิทยา  ซึ่งมีความรู้วิธีการที่นักจิตวิทยาควรใช้ในการพัฒนาทักษะเพื่อนำมาใช้ในการ สอนทักษะที่ซับซ้อน  และยังรู้อีกว่าทักษะเหล่านี้สามารถประยุกต์ใช้กับทักษะย่อยของการกีฬาและ การพลศึกษา  ทำไมผู้ฝึกสอนไม่นำมาประยุกต์ใช้กับการสอนกอล์ฟ   ยิ่งในกรณีที่ผู้ฝึกสอนเป็นนักกีฬากอล์ฟที่มีแต้มต่อ (Handicap) เพียงแค่  2  แต้มเท่านั้น  เขาน่าจะเป็นผู้ที่มองเห็นภาพของการเล่นได้เป็นอย่างดี และเป็นสิ่งที่เขาทำได้ดีน่าจะทำให้เขาสอนได้ดีด้วย  จากเหตุดังกล่าวจึงได้เริ่มคิดค้นโปรแกรมวิธีการสอนกอล์ฟอย่างเป็นขั้นตอน ขึ้น  โดยการวิจัยในโครงการดังกล่าวเพื่อต้องพิสูจน์ว่าวิธีการสอนกอล์ฟที่ถูกต้อง นั้นทำอย่างไร (Simek and O’ Brien,1981)</p>
<p>คำถามซึ่งท้าทายผู้ฝึกสอนที่เกิดขึ้นจากตัวอย่างนี้  ได้แก่</p>
<ul>
<li>ผู้ฝึกสอนมีวิธีการสอนทักษะให้แก่นักกีฬาที่ทำการฝึกหัดใหม่อย่างไรบ้าง</li>
<li>· ผู้ฝึกสอนมีวิธีการเฝ้าดูหรือสังเกตนักกีฬาและมีสัญญาณอะไรที่แสดงให้เห็น ว่านักกีฬาได้รับประสบการณ์ที่เรียกว่า “ประสบการณ์เกิน”  ได้อย่างไร</li>
<li>· ผู้ฝึกสอนมีวิธีสอนทักษะที่ซับซ้อนให้ได้ผลมากที่สุดได้อย่างไร  เช่น  “วิธีเหวี่ยงไม้กอล์ฟที่ดี”</li>
<li>ผู้ฝึกสอนมีวิธีการปฏิบัติเพื่อประเมินประสิทธิภาพในการฝึกสอนอย่างไร บ้าง</li>
</ul>
</div>
<div><a href="http://113.53.230.150/%7Enitiphan/coachwp/wp-content/uploads/2010/03/p1-21.gif"><img title="p1-2" src="http://113.53.230.150/%7Enitiphan/coachwp/wp-content/uploads/2010/03/p1-21-222x300.gif" alt="" width="222" height="300" /></a></div>
<div>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>กรณี </strong><strong>“การสอนยิมนาสติก”</strong></p>
<p>ในโรงฝึกกีฬาของโรงเรียนมัธยมศึกษา  ขณะที่นักเรียนกำลังเข้าแถวเพื่อฝึกซ้อมยิมนาสติกอยู่นั้น  นักเรียนคนหนึ่งได้เบียดเข้าในแถวเพื่อรอการปฏิบัติในรอบต่อไปด้วยความวิตก กังวล  ส่วนนักเรียนอีกคนหนึ่ง  เฝ้าแต่ครุ่นคิดว่า “ฉันจะทำท่า Back-Walkover  ให้ได้อย่างสมบูรณ์  แม้มันจะทำให้ฉันต้องตาย”  ภายใต้ความเงียบ  เธอคิดว่าเธอกำลังออกวิ่งไปอีกครั้ง  ในความคิดนั้นเธอคิดว่า “ถ้าฉันทำท่า Back-Walkover ขณะที่เท้านำของฉันสัมผัสพื้นไปด้านหลังห่างจากมือประมาณ 1 ½  ถึง  2  ฟุต เข่าของขาหน้าของฉันจะต้องไม่งอมากเกินไป  โดยต้องจัดให้ขาตรง ปลายเท้าชี้  แขนเหยียดตรง  ศีรษะอยู่ระหว่างแขนทั้งสอง  ตามองไปทางด้านหลัง”</p>
<p>เมื่อถึงเวลาที่เธอต้องปฏิบัติ เธอเคลื่อนเข้าตำแหน่งของการเริ่มต้นและเริ่มต้นปฏิบัติ    ขณะที่เท้านำของเธอสัมผัสพื้นตรงไปทางด้านหลังของศีรษะของเธอ แขนของเธอเหยียดและเธอรู้สึกได้  เธอจึงเงยหน้าและมองไปที่พื้น ในขณะที่เธอปฏิบัติผู้ฝึกสอนจับที่เท้าของเธอผู้ฝึกสอนถามถึงการปฏิบัติของ นักกีฬา “เธอทำได้แล้วหรือยัง” “ได้แล้วค่ะ !”  เธอตอบและหายใจออกทางจมูก  “ฉันจะทำท่า Back-Walkover  ให้ได้  แม้มันจะทำให้ฉันต้องตาย”  ขณะที่เธอยิงฟันยิ้มออกมา  ผู้ฝึกสอนผงกศีรษะและยิ้มรับ  “ใช่  ฉันรู้  ว่าเธอ จะต้องทำได้”</p>
<p>คำถามซึ่งท้าทายผู้ฝึกสอนที่เกิดขึ้นจากตัวอย่างนี้  ได้แก่</p>
<ul>
<li>ผู้ฝึกสอนจะมีวิธีสอนทักษะที่ซับซ้อนให้แก่นักกีฬาเยาวชนในการฝึกอย่าง ไรบ้าง</li>
<li>ผู้ฝึกสอนจะมีวิธีการที่ดีที่สุดในการส่งเสริมและให้กำลังใจแก่นักกีฬา ระดับเยาวชนเพื่อให้นักกีฬาทำการฝึกทักษะได้อย่างมีอิสระอย่างไรบ้าง  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่การฝึกโดยอิสระของ นักกีฬาดูเหมือนว่าจะมีความล้มเหลวหรือไม่ค่อยได้อยู่บ่อย ๆ</li>
<li>ผู้ฝึกสอนจะมีวิธีพัฒนานักกีฬาระดับเยาวชนให้สามารถพัฒนาการฝึกทักษะโดย อิสระ  เพื่อให้เขาได้เรียนรู้วิธีการจัดการตนเอง  เช่น  การสอนตนเอง  การเตือนตนเอง  การประเมินตนเอง  และการเสริมแรงให้กับตนเองได้อย่างไรบ้าง</li>
<li>ผู้ฝึกสอนจะมีวิธีการที่ทำให้นักกีฬาระดับเยาวชนสามารถได้รับการสอนเป็น คู่  และสามารถที่จะแจ้งผลการปฏิบัติ ตลอดจนกระตุ้นให้เกิดความพยายามแก่ผู้อื่นได้อย่างถูกต้อง</li>
</ul>
<h4><strong>กรณี </strong><strong>“การสอนเทนนิส”</strong></h4>
<p>เอ้า…เร็ว เสิร์ฟลูกครั้งที่ 3  ไปที่ตาข่ายเดี๋ยวนี้  “ได้ยินไหมนักเรียน !”  ผู้ฝึกสอนตะโกนด้วยเสียงอันดังและพูดอีกว่า “อย่ามัวทำท่าเหมือนกับนักเทนนิสชื่อดังอยู่อีก ! ไม่ได้ยินที่ฉันบอกหรือไง”</p>
<p>นักเรียนคนนั้นเสิร์ฟลูกบอลตามที่ผู้ฝึกสอนสั่ง และเตรียมเสิร์ฟลูกในครั้งต่อไปอีก  โดยเธอวางเท้าซ้ายไว้หลังเส้นหลัง  ทำมุม  45  องศากับเส้นหลัง  และวางเท้าขวาขนานกับเส้นหลัง  ด้วยการ  ถือเร็กเก็ตไว้ในมือทั้งสองอยู่หน้าลำตัว  และทำการเสิร์ฟซ้ำ</p>
<p>เอา…เร็ว  ไม่ใช่อย่างนั้น ! จะต้องให้ฉันบอกเธออีกสักกี่ครั้งว่าให้ปล่อยเร็กเก็ต ลงด้านหน้าไม่ใช่ปล่อยลงข้างลำตัว</p>
<p>นักเรียน 1 ใน 12  คนของโรงเรียนมัธยมที่เรียนวิชาเทนนิส  ซึ่งเป็นห้องที่ 3 ที่ครูสอนด้วยความเอาใจใส่ในเรื่องวิธีการเสิร์ฟ เมื่อเริ่มต้นการสอน  ผู้ฝึกสอนได้อธิบายและสาธิตวิธีการที่ถูกต้อง ให้แก่นักเรียน ภายหลังจากการสอนในชั้น นักเรียนแต่ละคนมีโอกาสที่จะทำการฝึกโดยมีผู้ฝึกสอน ทำการสังเกตและชี้ข้อผิดพลาด  ซึ่งผู้ฝึกสอนมีความชำนาญในการค้นหาข้อผิดพลาดที่แท้จริงเป็นอย่างมาก  “เอา…เร็ว เสิร์ฟลูกต่อไป”  เมื่อจบการสอนนักเรียนคนหนึ่งรู้สึกว่าท้อแท้เป็นอย่างมาก  เมื่อเห็นผู้ฝึกสอนเดินออกจากสนามไปด้วยความรู้สึกที่ผิดหวัง   และเธอรู้สึกว่าไม่ควรจะเรียนเทนนิสอีกต่อไป</p>
<p>คำถามซึ่งท้าทายผู้ฝึกสอนที่เกิดขึ้นจากตัวอย่างนี้  ได้แก่</p>
<ul>
<li>ผู้ฝึกสอนมีวิธีการที่สามารถแบ่งความสมดุลระหว่างการเสริมแรงที่ดีตาม ความต้องการของผู้เรียนกับวิธีการเสริมแรงในทางลบเพื่อเน้นข้อผิดพลาด และช่วยให้นักเรียนสามารถเรียนรู้ได้ตามที่ต้องการหรือไม่</li>
<li>เมื่อผู้ฝึกสอนจะสอนทักษะให้นักกีฬาในระดับเยาวชน  ควรมีวิธีการสอนแบบใดที่จะใช้สลับกับวิธีการแจ้งผลย้อนกลับที่เกิดจากความ ผิดพลาดให้แก่นักกีฬา</li>
<li>ผู้ฝึกสอนจะมีวิธีการชมเชยและตำหนินักกีฬาเพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดให้ถูก ต้องในอัตราส่วนที่แน่นอนเท่าไร</li>
</ul>
<p><strong>กรณี </strong><strong>“เป้าหมายในการฝึกนักว่ายน้ำ”</strong></p>
<p>ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนคนหนึ่งที่ทำงานอยู่ในร้านขายเครื่องโลหะ และเขาฝันที่จะได้เป็นผู้ฝึกสอนว่ายน้ำ เขาเป็นนักกีฬาว่ายน้ำที่ชนะเลิศระดับท้องถิ่น ในเวลาต่อมาเขาได้เป็นผู้ช่วยผู้ฝึกสอนในทีมว่ายน้ำ  ของสโมสรกีฬาว่ายน้ำระดับเยาวชนกลุ่มเล็ก ๆ  อีก 2-3 ปีต่อมาเขาสามารถชนะได้อันดับที่  3  ในการแข่งขันว่ายน้ำชิงชนะเลิศระดับชาติ  และต่อมาไม่นานผู้ช่วยผู้ฝึกสอนคนนี้ ได้เป็นเจ้าของสถิติการแข่งขันว่ายฟรีสไตล์ระยะ 100 เมตร เขาได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับตำราและวิธีสอนว่ายน้ำที่เขียนโดยผู้เชี่ยวชาญ ทำให้เขามีความรู้เกี่ยวกับการว่ายน้ำเพิ่มขึ้น  และทำให้เขารู้ว่าทีมว่ายน้ำของเขาต้องการความช่วยเหลืออะไรบ้าง  เขารู้จุดอ่อนที่นักกีฬาว่ายน้ำทำผิดพลาด  ปัญหาของเขาอยู่ที่ความยุ่งยากในการสื่อสารกับนักกีฬา  ด้วยเหตุใดไม่ทราบที่นักกีฬาไม่ยอมรับฟังเขา เขาสังเกตเห็นว่าเมื่อหัวหน้าผู้ฝึกสอนทำการฝึก นักว่ายน้ำมีความกลัว  ทำให้นักกีฬารับฟังการสอนและปฏิบัติการฝึกว่ายน้ำอย่างหนักในระหว่างการฝึก  เมื่อหัวหน้าผู้ฝึกสอนกลับไปโดยปล่อยให้เขาซึ่งเป็นผู้ช่วยผู้ฝึกสอนที่เป็น นักว่ายน้ำดำเนินการฝึกต่อ  การฝึกได้เปลี่ยนเป็นความยุ่งเหยิงอลหม่าน การว่ายน้ำเกิดความผิดพลาดอย่างมาก เช่น ความผิดพลาดในการเปลี่ยนจังหวะการว่าย  มีความผิดพลาดในการว่ายน้ำและการกลับตัวที่ขอบสระ ทำให้การกลับตัวเพื่อว่ายเที่ยวใหม่ ไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร ทำให้ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนอารมณ์เสีย  และตะโกนด้วยเสียงอันดัง พร้อมทั้งขว้างนักกีฬาด้วยแผ่นโฟมช่วยว่ายลงในสระน้ำ ทำให้นักกีฬาเกิดความวิตกกังวลไปต่าง ๆ นานา บางคนเกิดความรู้สึกว่าไม่ดีก่อนที่จะสิ้นสุดการฝึก  นักกีฬาทุกคนในทีมมีความรู้สึกอย่างเดียวกันว่าผู้ช่วยผู้ฝึกสอนกระทำในสิ่ง ที่ไม่สมควร  ส่วนผู้ช่วยผู้ฝึกสอนก็คิดว่า “ฉันต้องการเป็นผู้ฝึกสอนที่แท้จริง”  เขาหัวเสียและคิดว่า  “ฉันต้องทำอะไรสักอย่างในสิ่งที่ฉันยังไม่มีความรู้พื้นฐานในด้านการฝึกสอน กีฬาอย่างเพียงพอ”</p>
<p>คำถามซึ่งท้าทายผู้ฝึกสอนที่เกิดขึ้นจากตัวอย่างนี้  ได้แก่</p>
<ul>
<li>ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนควรจะใช้กลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพอะไรบ้างในการสื่อสาร กับนักกีฬาระดับเยาวชน</li>
<li>ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนมีเหตุผลใดที่ “ต้องปฏิบัติและไม่ปฏิบัติ” กับนักกีฬาในระดับเยาวชนที่ท่านเป็นผู้ฝึก</li>
<li>ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนควรจะกำหนดระเบียบและวิธีการลงโทษที่เหมาะสมที่สุด สำหรับนักกีฬาในการเข้าร่วมในทีมและการละเมิดกฎระเบียบอย่างไรบ้าง</li>
<li>ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนจะมีวิธีการในทางบวกที่จะนำมาใช้ในการลดปัญหาทางด้าน พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของนักกีฬาระดับเยาวชนในการฝึกกีฬาได้อย่างไรบ้าง</li>
<li>เมื่อใดที่ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนควรมีการเสริมแรงนักกีฬาในทางลบและอย่างไร บ้าง</li>
</ul>
<h3>กรณี “ปัญหาการบริหารเวลา”</h3>
<p>นักกีฬาเบสบอลอายุ  16  ปี  เกิดความเบื่อหน่ายต่อนักกีฬาอายุ 17 และ 18 ปี ที่เอาแต่นั่งอยู่ที่ม้านั่งรอบสนาม  เพื่อเฝ้ามองดูพวกรุ่นน้องฝึกและบ่นอย่างไม่พอใจ ว่า</p>
<p>“ปล่อยให้เวลาในการฝึกผ่านไปตั้งครึ่งชั่วโมงแล้ว”</p>
<p>“ผู้ฝึกสอนก็ยังไม่มาถึงสนาม”</p>
<p>“ถ้าพวกเรามีอุปกรณ์  เราก็คงสามารถฝึกได้ด้วยตนเอง”</p>
<p>“แต่อุปกรณ์อยู่ในรถของผู้ฝึกสอน”</p>
<p>“หากผู้ฝึกสอนไม่ลืม เราคงได้ฝึก”</p>
<p>“นั่น ! ผู้ฝึกสอนมาแล้ว  ผู้ฝึกสอนอยู่ในรถของเขาและกำลังหาที่จอดในลานจอดรถ”</p>
<p>ผู้ฝึกสอนก้าวออกจากรถและเริ่มค้นและหยิบอุปกรณ์ในส่วนท้ายของรถ  ภายหลังจากที่โค้ชหยิบตะกร้าใส่อุปกรณ์ออกมาแล้วแต่ไม่สามารถหาอุปกรณ์ในการ ฝึกได้ครบ  นอกจากหนังสือที่เขายืมมาจากห้องสมุด</p>
<p>“ทีมเราจะเริ่มแข่งขันครั้งแรกในฤดูนี้เมื่อไหร่ครับ” นักกีฬาคนหนึ่ง ถามผู้ฝึกสอน</p>
<p>“นั่นเป็นการเตือนความจำของฉัน  ฉันเตรียมกำหนดการแข่งขันใหม่มาให้พวกเธอแล้ว  มันอยู่ในรถของฉัน  เธอจงไปเอามันมาจากตะกร้าในรถของฉันที”</p>
<p>เมื่อนักกีฬาไปที่ลานจอดรถที่มีรถจอดอยู่มากมาย  เขาเห็นผู้หญิงคนหนึ่งเดินออกมาจากตึก และเรียกชื่อผู้ฝึกสอน  และแจ้งว่า  คุณลืมเข้าประชุม การประชุมเริ่มมาประมาณครึ่งชั่วโมงแล้ว”</p>
<p>“โอ  ฉันลืมสนิทเลย” ผู้ฝึกสอนพูดพึมพำอยู่ในลำคอ ในขณะที่ นักกีฬาตะโกนมาจากท้ายรถว่า “ผมหากำหนดแข่งขันในตะกร้าไม่พบ” “แน่ใจว่าเก็บไว้ในตะกร้าหรือครับ”</p>
<p>คำถามซึ่งท้าทายผู้ฝึกสอนที่เกิดขึ้นจากตัวอย่างนี้  ได้แก่</p>
<ul>
<li>ผู้ฝึกสอนสามารถจัดตารางเวลาในการฝึกนักกีฬา  กำหนดข้อตกลงกับผู้ปกครองและผู้ที่เกี่ยวข้องให้เหมาะสมได้อย่างไร</li>
<li>ผู้ฝึกสอนจะมีวิธีการจัดการเกี่ยวกับเวลาการฝึก  เวลาว่าง และมีวิธีการจัดการด้านงานบุคคลของตนให้มีประสิทธิภาพให้พัฒนาก้าวหน้าได้ อย่างไร</li>
</ul>
<h3>วัตถุประสงค์ของ “การฝึกสอนกีฬา”</h3>
<p>มีคำถามที่ว่า ผู้ฝึกสอนสามารถปฏิบัติงานในสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกันได้ดีเท่ากันหรือไม่  บางท่านอาจปฏิบัติได้  ถึงแม้ว่าท่านจะเป็นผู้ฝึกสอนนักกีฬาในระดับมัธยมศึกษา  ในระดับอุดมศึกษา หรือแม้แต่ผู้ฝึกสอนระดับสโมสรของชุมชน  ผู้ฝึกสอนในระดับอาชีพ  หรือองค์กรอาสาสมัคร  ท่านต้องเผชิญกับปัญหาดังกล่าวข้างต้นอย่างไม่ต้องสงสัย และความท้าทายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในการฝึกสอนไม่ใช่เรื่องง่าย  จากการศึกษาพบว่า <strong>“ร้อยละ  50 ของเกมการแข่งขันเป็นเรื่องของจิตใจและอีกร้อยละ  50  เป็นเรื่องของร่างกาย”<br />
</strong></p>
<p>ทุกครั้งที่ผู้ฝึกสอนก้าวเข้าไปในสนามกีฬา ที่รับผิดชอบ  ผู้ฝึกสอนก็ต้องพบกับคำถามมากมาย  และเป็นคำถามที่หาคำตอบได้ยาก  แต่อย่างน้อยก็เป็นคำถามที่จะช่วยให้คุณเป็นผู้ฝึกสอน ที่ดีขึ้น  คุณอาจจะอ่านหนังสือที่เกี่ยวกับการฝึกสอนมาแล้ว เพราะมีเอกสารที่เกี่ยวข้องจำนวนมากมีตีพิมพ์ออกมาสู่สาธารณะ  เช่น  วารสารด้านการกีฬา  และบทสัมภาษณ์ผู้ฝึกสอนที่เกี่ยวกับการเล่นและแบบการฝึกในกีฬาชนิดต่าง  ๆ ที่คุณสามารถค้นคว้าได้จากหนังสือในกีฬาหลายชนิด ทั้งในและ ต่างประเทศ  หนังสือที่อธิบายเกี่ยวกับทักษะที่จำเป็นในการแข่งขัน  เช่น  ฮอกกี้  ฟุตบอล  บาสเกตบอล  หนังสือทุกเล่มจะเขียนเกี่ยวกับเรื่องราวที่ผู้ฝึกสอนจะต้องสอน บางเล่มเขียนเกี่ยวกับ เรื่องที่ผู้ฝึกสอนจะต้องกระทำเพื่อให้ประสบความสำเร็จ เรื่องที่ผู้ฝึกสอนต้องสอนและเรื่องที่ผู้ฝึกสอนต้องปฏิบัติ  และเรื่องที่ต้องศึกษาว่ามีประเด็นสำคัญอะไรบ้าง</p>
<p>สิ่งสำคัญหนังสือส่วนใหญ่จะเขียนเรื่องวิธี การสอน  และวิธีการเป็น “ผู้ฝึกสอนที่ดี”  สิ่งที่ผู้ฝึกสอนต้องพิจารณาก็คือว่า จะสอนอะไรและสอนอย่างไรจึงจะมีประสิทธิภาพ  ประเด็นหลักที่เน้นคือคำว่า “ประสิทธิภาพ” นอกจากนี้ยังมีความแตกต่างของคำว่า “สิ่งที่ควรฝึก” กับคำว่า “สิ่งที่จำเป็นต้องฝึก” เพื่อทำให้นักกีฬาทุกคนมีความสามารถ ความกระฉับกระเฉง และมีความรู้เกี่ยวกับ  กระบวนการเล่น (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นักกีฬาที่เริ่มหัดเล่น) ผู้ฝึกสอนต้องรู้ความแตกต่างระหว่างสิ่งที่ควรปฏิบัติในระหว่างการแข่งขัน และการสื่อสารหรือบอกข้อมูลนั้นแก่นักกีฬา เพื่อให้เขาแสดงความสามารถได้อย่างเต็มที่</p>
<p>ผู้ฝึกสอนจะสอนทักษะให้นักกีฬาแต่ ละบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพได้หรือไม่  คำตอบคือได้  โดยผู้ฝึกสอนที่จะต้องทำให้นักกีฬาตั้งใจ  ยอมรับฟัง  และสอนนักกีฬาให้ปฏิบัติอย่างเต็มศักยภาพ  ในขณะเดียวกันก็ทำให้การเรียนมีความสนุกสนานด้วย จึงสรุปว่ามีวิธีสอนกีฬาที่ช่วยให้ผู้ฝึกสอน สามารถช่วยแก้ปัญหาในการฝึกสอนของเขาได้แน่นอน</p>
<p>คำตอบของคำถามดังกล่าวข้างต้นมีทางเป็นไปได้  เพราะเรื่องนี้ได้มีการศึกษาวิจัย โดยนักวิจัยทางด้านพฤติกรรมศาสตร์ที่ได้ค้นคว้าและพัฒนาเทคนิคในการปรับ พฤติกรรม  ที่เรียกว่า การปรับพฤติกรรมหรือการวิเคราะห์พฤติกรรมประยุกต์  เพื่อช่วยให้งานด้านการศึกษา   ด้านสังคม  ด้านจิตวิทยา และด้านการฟื้นฟูทางด้านการแพทย์  และได้มีการสรุปผลการทดลองออกมาอย่างชัดเจนว่า  ในสถานการณ์ที่แตกต่างกันการเรียนรู้ทักษะใหม่จะพัฒนาไปอย่างไม่ลดละ หรือการขจัดนิสัยที่ไม่ดีได้  จากนั้นได้มีการนำกระบวนการปรับพฤติกรรมมาใช้ซึ่งล้วนแต่เป็นวิธีการที่ใช้ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมาแล้วทั้งสิ้น  เวลาส่วนใหญ่ที่ใช้ในการศึกษาวิจัยและผลการวิจัยในช่วงก่อนหน้านี้ แสดงให้เห็นว่าเทคนิคดังกล่าวสามารถช่วยฝึกสอนกีฬาชนิดต่าง ๆ ได้ ( Martin and  Hrycaiko, 1983)  โดยทั่วไป  พฤติกรรมการฝึกสอนที่มีประสิทธิภาพ  จะประกอบด้วยวิธีการปรับพฤติกรรมทั้งของผู้ฝึกสอนและนักกีฬามาใช้ให้มี ประสิทธิภาพให้มากขึ้น</p>
<p>วัตถุประสงค์ของหนังสือเล่มนี้จึงต้องการ ที่จะอธิบายเทคนิคต่าง ๆ ที่เข้าใจได้ง่ายเพื่อให้ผู้ฝึกสอนหรือผู้สอนวิชาพลศึกษาสามารถปรับไปใช้กับ กีฬาที่ตนสอน  โดยสามารถศึกษาจากภาคปฏิบัติ  หรือพิสูจน์จากวิธีการสอนทักษะพื้นฐาน  การแก้ไขข้อผิดพลาด การจูงใจผู้เล่นให้ฝึกปฏิบัติด้วยความอดทน การพัฒนาด้านจิตใจของนักกีฬาและทีม  ตลอดจนความสามัคคีในการแข่งขันอย่างเต็มความสามารถ  และบูรณาการหน้าที่การฝึกสอนที่มีประสิทธิภาพเข้ากับหน้าที่ความรับผิดชอบ ตามข้อตกลงอื่น ๆ ได้ด้วย</p>
<p><strong>เอกสารอ้างอืง</strong></p>
<p>Martin Garry L. and Lumsden Joan A., <strong>Coaching : an Effective Behavioral Approach</strong>, Times Mirror/Mosby College  Publishing,  St. Louis, 1987.</p>
</div>
</div>
<div class="al2fb_comments_plugin"><div id="fb-root"></div><script type="text/javascript">
(function(d, s, id) {
  var js, fjs = d.getElementsByTagName(s)[0];
  if (d.getElementById(id)) return;
  js = d.createElement(s); js.id = id;
  js.src = "//connect.facebook.net/en_US/all.js#xfbml=1&appId=381235355226671";
  fjs.parentNode.insertBefore(js, fjs);
}(document, "script", "facebook-jssdk"));
</script>
<fb:comments num_posts="15" width="630" colorscheme="light" href="http://www.49tennis.com/rqclub/?p=493"></fb:comments></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.49tennis.com/rqclub/?feed=rss2&#038;p=493</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คนรู้จัก</title>
		<link>http://www.49tennis.com/rqclub/?p=481</link>
		<comments>http://www.49tennis.com/rqclub/?p=481#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 12 Feb 2012 18:39:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Column]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.49tennis.com/rqclub/?p=481</guid>
		<description><![CDATA[คนรู้จัก ครั้ง หนึ่งผมเคยไปเข้าแถวเพื่อฝากเงินในธนาคารแห่งหนึ่ง สมัยนั้นยังต้องยืนเข้าแถวยาวกันอยู่ ยังไม่มีการกดปุ่มรับบัตรคิว แล้วแยกย้ายกันไปเลือกมุมสงบ ยุคนั้นต้องยืนเข้าแถวรอเข้าคิวตามช่อง ซึ่งมีพนักงานให้บริการอยู่สี่ช่อง ซ้ายมือสุดจะเป็นแถวพิเศษเฉพาะผู้ที่ต้องการฝากหรือถอนเพียงรายการเดียวเท่า นั้น แต่ก็ยังเป็นคิวยาวเหมือนกัน (ถ้าคิวสั้น จะยอมฝากทีละรายการแล้ววิ่งมาเข้าแถวใหม่) มีบางแบ๊งค์แม้ว่าจะมีปุ่มกดรับบัตรคิวก็ไม่ยอมใช้งาน นัยว่าการให้ลูกค้ายืนรอมากๆ จะเป็นการกดดันให้พนักงานต้องทำงานเร็วขึ้น ช่วง ที่คิดอะไรเพลิน จู่ๆ ก็มีชายหนุ่มในชุดแมสเซ็นเจอร์ วิสาสะ เดินขนานแถวเข้ามาฝากสมุดบัญชีและห่อเงินให้กับพนักงานที่กำลังทำหน้าที่ อยู่แล้วบอกว่า &#8220;เดี๋ยวมาเอานะ&#8221; พนักงานคนนั้นรับปึกเงินไปแบบยิ้มๆ ผมอยากทำแบบนั้นบ้างจัง แต่เธอคงไม่ยิ้มให้ เพราะ &#8220;ไม่รู้จัก&#8221;ว่าผมเป็นใคร ?! ธนาคารแห่งนี้น่าจะทำช่องรับฝากถอนเป็นพิเศษแล้วขึ้นป้ายว่า &#8220;เฉพาะคนรู้จัก&#8221; ทุกครั้งที่ผมไปเยี่ยมคุณแม่ที่บางไทร คุณแม่มักจะพาไปรับประทานอาหารที่ร้าน &#8220;พลอย&#8221; เพราะแม่บอกว่า ต้องไปอุดหนุน &#8220;คนรู้จัก&#8221; ผม จำได้ว่า ช่วงที่ทำ veloshopping kit กว่าจะเสนอโครงงานให้สำนักพิมพ์อื่นได้ ต้องประชุมกันไม่ต่ำกว่า 3 เที่ยว แต่พอไปคุยกับพี่กระติก (คุณสมบูรณ์ อิชยาวรกุล) บิ๊กบอส แห่งวัฏฏะไม่ถึงชั่วโมง พี่กระติกตอบตกลงทันที เพราะเป็น &#8220;คนรู้จักกัน&#8221; [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="al2fb_like_button"><div id="fb-root"></div><script type="text/javascript">
(function(d, s, id) {
  var js, fjs = d.getElementsByTagName(s)[0];
  if (d.getElementById(id)) return;
  js = d.createElement(s); js.id = id;
  js.src = "//connect.facebook.net/en_US/all.js#xfbml=1&appId=381235355226671";
  fjs.parentNode.insertBefore(js, fjs);
}(document, "script", "facebook-jssdk"));
</script>
<fb:like href="http://www.49tennis.com/rqclub/?p=481" send="true" layout="standard" show_faces="false" width="25" action="like" font="arial" colorscheme="light" ref="AL2FB"></fb:like></div><h1><a href="http://www.thaimarketonline.net/2008/01/blog-post_8231.html" rel="bookmark"> คนรู้จัก</a></h1>
<p>ครั้ง หนึ่งผมเคยไปเข้าแถวเพื่อฝากเงินในธนาคารแห่งหนึ่ง สมัยนั้นยังต้องยืนเข้าแถวยาวกันอยู่ ยังไม่มีการกดปุ่มรับบัตรคิว แล้วแยกย้ายกันไปเลือกมุมสงบ ยุคนั้นต้องยืนเข้าแถวรอเข้าคิวตามช่อง ซึ่งมีพนักงานให้บริการอยู่สี่ช่อง ซ้ายมือสุดจะเป็นแถวพิเศษเฉพาะผู้ที่ต้องการฝากหรือถอนเพียงรายการเดียวเท่า นั้น แต่ก็ยังเป็นคิวยาวเหมือนกัน (ถ้าคิวสั้น จะยอมฝากทีละรายการแล้ววิ่งมาเข้าแถวใหม่) มีบางแบ๊งค์แม้ว่าจะมีปุ่มกดรับบัตรคิวก็ไม่ยอมใช้งาน นัยว่าการให้ลูกค้ายืนรอมากๆ จะเป็นการกดดันให้พนักงานต้องทำงานเร็วขึ้น</p>
<p>ช่วง ที่คิดอะไรเพลิน จู่ๆ ก็มีชายหนุ่มในชุดแมสเซ็นเจอร์ วิสาสะ เดินขนานแถวเข้ามาฝากสมุดบัญชีและห่อเงินให้กับพนักงานที่กำลังทำหน้าที่ อยู่แล้วบอกว่า &#8220;เดี๋ยวมาเอานะ&#8221; พนักงานคนนั้นรับปึกเงินไปแบบยิ้มๆ</p>
<p>ผมอยากทำแบบนั้นบ้างจัง แต่เธอคงไม่ยิ้มให้ เพราะ &#8220;ไม่รู้จัก&#8221;ว่าผมเป็นใคร ?!</p>
<p>ธนาคารแห่งนี้น่าจะทำช่องรับฝากถอนเป็นพิเศษแล้วขึ้นป้ายว่า &#8220;เฉพาะคนรู้จัก&#8221;</p>
<p>ทุกครั้งที่ผมไปเยี่ยมคุณแม่ที่บางไทร คุณแม่มักจะพาไปรับประทานอาหารที่ร้าน &#8220;พลอย&#8221; เพราะแม่บอกว่า ต้องไปอุดหนุน &#8220;คนรู้จัก&#8221;</p>
<p>ผม จำได้ว่า ช่วงที่ทำ veloshopping kit กว่าจะเสนอโครงงานให้สำนักพิมพ์อื่นได้ ต้องประชุมกันไม่ต่ำกว่า 3 เที่ยว แต่พอไปคุยกับพี่กระติก (คุณสมบูรณ์ อิชยาวรกุล) บิ๊กบอส แห่งวัฏฏะไม่ถึงชั่วโมง พี่กระติกตอบตกลงทันที เพราะเป็น &#8220;คนรู้จักกัน&#8221;</p>
<p>เรื่องของ &#8220;คนรู้จัก&#8221; จึงเป็นสิ่งสำคัญในการทำธุรกิจ และ Blogger ก็เป็นพื้นที่ ที่ท่านสามารถประกาศความสามารถตัวเองให้เป็นที่รู้จัก&#8230; เขาจะได้ &#8220;รู้จัก&#8221; หันมาใช้บริการจากท่าน</p>
<div class="al2fb_comments_plugin"><div id="fb-root"></div><script type="text/javascript">
(function(d, s, id) {
  var js, fjs = d.getElementsByTagName(s)[0];
  if (d.getElementById(id)) return;
  js = d.createElement(s); js.id = id;
  js.src = "//connect.facebook.net/en_US/all.js#xfbml=1&appId=381235355226671";
  fjs.parentNode.insertBefore(js, fjs);
}(document, "script", "facebook-jssdk"));
</script>
<fb:comments num_posts="15" width="630" colorscheme="light" href="http://www.49tennis.com/rqclub/?p=481"></fb:comments></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.49tennis.com/rqclub/?feed=rss2&#038;p=481</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การพัฒนานักเทนนิสในระยะยาวตามแนวทางของ ITF</title>
		<link>http://www.49tennis.com/rqclub/?p=477</link>
		<comments>http://www.49tennis.com/rqclub/?p=477#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 12 Feb 2012 18:35:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Coaching]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.49tennis.com/rqclub/?p=477</guid>
		<description><![CDATA[AgeTennis :  Non Tennis Physical DevelopmentPsychological DevelopmentTechnical-Tactical Development6 &#8211; 830 : 70  เล่นกีฬาหลายประเภท  เล่นกิจกรรมเข้าจังหวะ  เล่นกีฬาที่พัฒนาด้านการทรงตัว เช่น ยิมนาสติก  พัฒนาความสัมพันธ์มือ-ตา-เท้า(Coordination)    เน้นเรื่องความสนุกและการเรียนรู้ของเด็ก  เน้นเรื่องความคิดสร้างสรรค์  เน้นเรื่องความพยายามในการทำกิจกรรมอย่างเต็มที่  เน้นเรื่องความสำเร็จในการทำกิจกรรม  ต้องชมเด็กบ่อยๆ  ควรให้เรียนแบบกลุ่ม ต้องมีเพื่อนเล่นด้วย  เน้นเรื่องการควบคุมบอลและตีโต้ให้ได้มากๆ       9 &#8211; 1050 : 50  เล่นกีฬาที่ใช้ลูกบอล เช่น ฟุตบอล, ปิงปอง  พัฒนาความสัมพันธ์มือ-ตา-เท้าและความว่องไว  พัฒนาการเคลื่อนที่และจังหวะเท้า      พัฒนาให้เด็กมีความนับถือในตนเอง (Self-Esteem)  สอนให้เด็กรู้จักแพ้ รู้จักชนะ  เน้นกิจกรรมที่ท้าทาย เพื่อให้เด็กไม่เบื่อ  เริ่มตั้งเป้าหมายในการทำกิจกรรมให้เด็ก  ต้องชมเชยเด็ก เมื่อเขาทำได้สำเร็จตามเป้าหมาย    หัดตีStrokes ต่างๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="al2fb_like_button"><div id="fb-root"></div><script type="text/javascript">
(function(d, s, id) {
  var js, fjs = d.getElementsByTagName(s)[0];
  if (d.getElementById(id)) return;
  js = d.createElement(s); js.id = id;
  js.src = "//connect.facebook.net/en_US/all.js#xfbml=1&appId=381235355226671";
  fjs.parentNode.insertBefore(js, fjs);
}(document, "script", "facebook-jssdk"));
</script>
<fb:like href="http://www.49tennis.com/rqclub/?p=477" send="true" layout="standard" show_faces="false" width="25" action="like" font="arial" colorscheme="light" ref="AL2FB"></fb:like></div><p>Age<span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">Tennis :  Non Tennis</span><span style="color: #ffffff; font-family: Tahoma; font-size: x-small;"> Physical Development</span><span style="color: #ffffff; font-family: Tahoma; font-size: x-small;">Psychological Development</span><span style="color: #ffffff;">Technical-Tactical Development</span><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">6 &#8211; 8</span><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">30 : 70</span></p>
<p align="left"><span style="color: #00cc00; font-family: Tahoma; font-size: x-small;">  เล่นกีฬาหลายประเภท</span></p>
<p align="left"><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">  เล่นกิจกรรมเข้าจังหวะ</span></p>
<p align="left"><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">  เล่นกีฬาที่พัฒนาด้านการทรงตัว เช่น ยิมนาสติก</span></p>
<p align="left"><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">  พัฒนาความสัมพันธ์มือ-ตา-เท้า(Coordination)</span></p>
<p align="left"><span style="color: #00cc00;"><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">  </span></span></p>
<p align="left"><span style="color: #0033cc; font-family: Tahoma; font-size: x-small;">  เน้นเรื่องความสนุกและการเรียนรู้ของเด็ก</span></p>
<p align="left"><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">  เ</span><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">น้นเรื่องความคิดสร้างสรรค์</span></p>
<p align="left"><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">  เน้นเรื่องความพยายามในการทำกิจกรรมอย่างเต็มที่ </span></p>
<p align="left"><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">  เน้นเรื่องความสำเร็จในการทำกิจกรรม</span></p>
<p align="left"><span style="color: #0033cc;"><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">  ต้องชมเด็กบ่อยๆ</span></span></p>
<p align="left"><span style="color: #9900cc; font-family: Tahoma; font-size: x-small;">  ควรให้เรียนแบบกลุ่ม ต้องมีเพื่อนเล่นด้วย </span></p>
<p align="left"><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">  เน้นเรื่องการควบคุมบอลและตีโต้ให้ได้มากๆ</span></p>
<p align="left"><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">  </span></p>
<p align="left"><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">  </span></p>
<p align="left"><span style="color: #9900cc;"><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">  </span></span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">9 &#8211; 10</span><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">50 : 50</span></p>
<p align="left"><span style="color: #00cc00; font-family: Tahoma; font-size: x-small;">  เล่นกีฬาที่ใช้ลูกบอล เช่น ฟุตบอล, ปิงปอง</span></p>
<p align="left"><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">  พัฒนาความสัมพันธ์มือ-ตา-เท้าและความว่องไว</span></p>
<p align="left"><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">  พัฒนาการเคลื่อนที่และจังหวะเท้า</span></p>
<p align="left"><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">  </span></p>
<p align="left"><span style="color: #00cc00;"><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">  </span></span></p>
<p align="left"><span style="color: #0033cc; font-family: Tahoma; font-size: x-small;">  พัฒนาให้เด็กมีความนับถือในตนเอง (Self-Esteem)</span></p>
<p align="left"><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">  สอนให้เด็กรู้จักแพ้ รู้จักชนะ</span></p>
<p align="left"><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">  เน้นกิจกรรมที่ท้าทาย เพื่อให้เด็กไม่เบื่อ</span></p>
<p align="left"><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">  เริ่มตั้งเป้าหมายในการทำกิจกรรมให้เด็ก</span></p>
<p align="left"><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">  ต้องชมเชยเด็ก เมื่อเขาทำได้สำเร็จตามเป้าหมาย</span></p>
<p align="left"><span style="color: #0033cc;"><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">  </span></span></p>
<p align="left"><span style="color: #9900cc; font-family: Tahoma; font-size: x-small;">  หัดตีStrokes ต่างๆ ให้ครบ</span></p>
<p align="left"><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">  สอนให้เด็กรู้จัก Phases of Play</span></p>
<p align="left"><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">  เน้นเรื่องการจับกริ๊ปที่เหมาะสมและจังหวะเท้า</span></p>
<p align="left"><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">  พัฒนาเรื่องการวงสวิงที่ถูกต้องและผ่อนคลาย</span></p>
<p align="left"><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">  หัดเพิ่มความเร็วของไม้เวลาตีลูก</span></p>
<p align="left"><span style="color: #9900cc;"><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">  สอนให้เด็กรู้จักคิดอย่างสร้างสรรค์</span></span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">11 &#8211; 12</span><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">55 : 45</span></p>
<p align="left"><span style="color: #00cc00; font-family: Tahoma; font-size: x-small;">  พัฒนาความเร็วของปฏิกิริยาตอบสนอง</span></p>
<p align="left"><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">  เล่นกีฬาหรือเกมที่เน้นความเร็ว</span></p>
<p align="left"><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">  พัฒนา Coordination ในรายละเอียด</span></p>
<p align="left"><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">  พัฒนาความยืดหยุ่น</span></p>
<p align="left"><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">  พัฒนาความแข็งแรงของร่างกาย-ใช้ นน.ตนเอง</span></p>
<p align="left"><span style="color: #00cc00;"><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">  เล่นกีฬาอื่นที่ช่วยให้การตีเทนนิสดีขึ้น</span></span></p>
<p align="left"><span style="color: #0033cc; font-family: Tahoma; font-size: x-small;">  เน้นเรื่องการเรียนรู้ของเด็ก </span></p>
<p align="left"><span style="color: #0033cc; font-family: Tahoma; font-size: x-small;">  </span><span style="color: #0033cc; font-family: Tahoma; font-size: x-small;">เน้นเรื่องการเล่นอย่างเต็มความสามารถ</span></p>
<p align="left"><span style="color: #0033cc; font-family: Tahoma; font-size: x-small;">  </span><span style="color: #0033cc; font-family: Tahoma; font-size: x-small;">ไม่ใช่เล่นเพื่อชัยชนะเพียงอย่างเดียว</span></p>
<p align="left"><span style="color: #0033cc; font-family: Tahoma; font-size: x-small;">  สอนให้เด็กทำกิจกรรมต่างๆ ด้วยความพยายาม 100%</span></p>
<p align="left"><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">  สอนให้เด็กรักการแข่งขัน</span></p>
<p align="left"><span style="color: #0033cc;"><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">  </span></span></p>
<p align="left"><span style="color: #9900cc;"><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">  เน้นเรื่อง</span><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">ความเร็วของไม้เวลาตีลูก</span></span></p>
<p align="left"><span style="color: #9900cc;"><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">  พัฒนารูปแบบเกมต่างๆ โดยเฉพาะเกมบุก</span></span></p>
<p align="left"><span style="color: #9900cc;"><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">  เน้นเรื่องความแน่นอนในการตี Strokes ต่างๆ</span></span></p>
<p align="left"><span style="color: #9900cc;"><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">  ฝึกเรื่องสถานะการณ์ต่างๆ 5 แบบ</span></span></p>
<p align="left"><span style="color: #9900cc;"><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">   </span></span></p>
<p align="left"><span style="color: #9900cc;"><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">  </span></span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">13 &#8211; 15</span><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">65 : 35</span></p>
<p align="left"><span style="color: #00cc00; font-family: Tahoma; font-size: x-small;">   พัฒนาและฝึก Speed Endurance</span></p>
<p align="left"><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">   ฝึกความแข็งแรงโดยใช้ Medicine Ball, Weight</span></p>
<p align="left"><span style="color: #00cc00;"><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">   เล่นกีฬาอื่นที่ช่วยให้การตีเทนนิสดีขึ้น</span></span></p>
<p align="left"><span style="color: #0033cc; font-family: Tahoma; font-size: x-small;">  เน้นเรื่องวินัย (Discipline) </span></p>
<p align="left"><span style="color: #0033cc; font-family: Tahoma; font-size: x-small;">  </span><span style="color: #0033cc; font-family: Tahoma; font-size: x-small;">ฝึกให้เด็กหัดตั้งเป้าหมาย (Goal Setting)</span></p>
<p align="left"><span style="color: #0033cc; font-family: Tahoma; font-size: x-small;">  เน้นเรื่อง</span><span style="color: #0033cc; font-family: Tahoma; font-size: x-small;">ความพยายาม100%</span></p>
<p align="left"><span style="color: #9900cc;"><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">  ฝึกความแรงในการเสิร์ฟและ Ground strokes</span></span></p>
<p align="left"><span style="color: #9900cc;"><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">  พัฒนา Game Style สำหรับผู้เล่นแต่ละคน</span></span></p>
<p align="left"><span style="color: #9900cc;"><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">  </span></span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">16 &#8211; 18</span><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">70 : 30</span></p>
<p align="left"><span style="color: #00cc00; font-family: Tahoma; font-size: x-small;">  พัฒนาและฝึก Aerobic Endurance</span></p>
<p align="left"><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">  ฝึกความแข็งแรงโดยใช้ Weight</span></p>
<p align="left"><span style="color: #00cc00;"><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">  เพิ่มการฝึกแบบ Plyometrics</span></span></p>
<p align="left"><span style="color: #0033cc; font-family: Tahoma; font-size: x-small;">  </span><span style="color: #0033cc;"><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;">เด็กควรรับผิดชอบการฝึกซ้อมด้วยตนเอง</span></span></p>
<p align="left"><span style="color: #0033cc; font-family: Tahoma; font-size: x-small;">  </span></p>
<p align="left"><span style="color: #0033cc; font-family: Tahoma; font-size: x-small;">  </span></p>
<p align="left"><span style="color: #9900cc; font-family: Tahoma; font-size: x-small;">  พัฒนา Game Style และเน้นเรื่อง Tactic</span><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;"><span style="color: #9900cc;">s</span></span></p>
<p align="left"><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;"><span style="color: #9900cc;">  พัฒนาการเล่นให้เป็น Power Game</span></span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: x-small;"><span style="color: #9900cc;"><br />
</span></span></p>
<div class="al2fb_comments_plugin"><div id="fb-root"></div><script type="text/javascript">
(function(d, s, id) {
  var js, fjs = d.getElementsByTagName(s)[0];
  if (d.getElementById(id)) return;
  js = d.createElement(s); js.id = id;
  js.src = "//connect.facebook.net/en_US/all.js#xfbml=1&appId=381235355226671";
  fjs.parentNode.insertBefore(js, fjs);
}(document, "script", "facebook-jssdk"));
</script>
<fb:comments num_posts="15" width="630" colorscheme="light" href="http://www.49tennis.com/rqclub/?p=477"></fb:comments></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.49tennis.com/rqclub/?feed=rss2&#038;p=477</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปัญหามา แล้วปัญญามีไหม</title>
		<link>http://www.49tennis.com/rqclub/?p=474</link>
		<comments>http://www.49tennis.com/rqclub/?p=474#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 12 Feb 2012 18:17:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Column]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.49tennis.com/rqclub/?p=474</guid>
		<description><![CDATA[ปัญหามา แล้วปัญญามีไหม!? ทุกวันนี้ เชื่อว่าใครก็ต้องเผชิญกับปัญหา ประเทศไทยในห้วงเดือนที่แล้ว โดยเฉพาะสิงหาคม 2551 ผ่านมาได้ ต้องเรียกว่าประวัติศาสตร์การเมืองต้อง “ปาดเหงื่อ” กันถังใหญ่ เพราะมีอย่างที่ไหน จู่ๆ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ก็ถูกประชาชนบางส่วนใช้ไม้กอล์ฟเข้ายึดกุม หรือแม้แต่ทำเนียบรัฐบาล ก็มีประชาชนใจร้อน แห่กันเข้าไปชมก่อนวันเด็ก&#8230;เรื่องเหล่านี้ หากเห็นไม่เป็นปัญหาก็คงเป็นเรื่องน่าแปลกแล้ว แต่ทุกปัญหาต้องมีทางออก&#8230; “ทางออก” ของปัญหานั้น มีหลายวิธี หลากประเภท การจะเปิดประตูหาทางออกที่เหมาะสมจึงขึ้นอยู่กับ “ขนาด” ของปัญหา และสถานการณ์ โดยเฉพาะ “ผู้ที่เกี่ยวข้อง” ว่าจะมีใจอยากจะแก้ไขมากน้อยเพียงไร!?! 1. หาโอกาสในวิกฤติ การเกิดปัญหาบางอย่างนั้น หากพิจารณาดีๆ แล้วก็เป็นเหมือน “ปริศนา” ที่ท้าทายสติปัญญา เข้าทำนองว่า “มารไม่มี บารมีไม่เกิด” ดังนั้น แทนที่จะมานั่งกลุ้มใจ น้อยใจในโชคชะตาวาสนา ก็ท้าตัวเองไปเลยว่าจะใช้สมองฝึกแก้ไขสถานการณ์ ที่กำลังเผชิญอยู่อย่างไร ยกตัวอย่างเอาปัญหาพื้นฐานบ้านๆก่อน นาย ก, นาย ข, นาย ค บังเอิญมีบ้านติดกัน ถนนหน้าบ้านเป็นทางสาธารณะที่ต้องใช้ร่วมกัน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="al2fb_like_button"><div id="fb-root"></div><script type="text/javascript">
(function(d, s, id) {
  var js, fjs = d.getElementsByTagName(s)[0];
  if (d.getElementById(id)) return;
  js = d.createElement(s); js.id = id;
  js.src = "//connect.facebook.net/en_US/all.js#xfbml=1&appId=381235355226671";
  fjs.parentNode.insertBefore(js, fjs);
}(document, "script", "facebook-jssdk"));
</script>
<fb:like href="http://www.49tennis.com/rqclub/?p=474" send="true" layout="standard" show_faces="false" width="25" action="like" font="arial" colorscheme="light" ref="AL2FB"></fb:like></div><h1><a href="http://www.thaimarketonline.net/2008/09/blog-post_03.html" rel="bookmark"> ปัญหามา แล้วปัญญามีไหม!?</a></h1>
<p>ทุกวันนี้ เชื่อว่าใครก็ต้องเผชิญกับปัญหา ประเทศไทยในห้วงเดือนที่แล้ว โดยเฉพาะสิงหาคม 2551 ผ่านมาได้ ต้องเรียกว่าประวัติศาสตร์การเมืองต้อง “ปาดเหงื่อ” กันถังใหญ่ เพราะมีอย่างที่ไหน จู่ๆ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ก็ถูกประชาชนบางส่วนใช้ไม้กอล์ฟเข้ายึดกุม หรือแม้แต่ทำเนียบรัฐบาล ก็มีประชาชนใจร้อน แห่กันเข้าไปชมก่อนวันเด็ก&#8230;เรื่องเหล่านี้ หากเห็นไม่เป็นปัญหาก็คงเป็นเรื่องน่าแปลกแล้ว<br />
แต่ทุกปัญหาต้องมีทางออก&#8230;<br />
“ทางออก” ของปัญหานั้น มีหลายวิธี หลากประเภท การจะเปิดประตูหาทางออกที่เหมาะสมจึงขึ้นอยู่กับ “ขนาด” ของปัญหา และสถานการณ์ โดยเฉพาะ “ผู้ที่เกี่ยวข้อง” ว่าจะมีใจอยากจะแก้ไขมากน้อยเพียงไร!?!<br />
1. หาโอกาสในวิกฤติ การเกิดปัญหาบางอย่างนั้น หากพิจารณาดีๆ แล้วก็เป็นเหมือน “ปริศนา” ที่ท้าทายสติปัญญา เข้าทำนองว่า “มารไม่มี บารมีไม่เกิด” ดังนั้น แทนที่จะมานั่งกลุ้มใจ น้อยใจในโชคชะตาวาสนา ก็ท้าตัวเองไปเลยว่าจะใช้สมองฝึกแก้ไขสถานการณ์ ที่กำลังเผชิญอยู่อย่างไร ยกตัวอย่างเอาปัญหาพื้นฐานบ้านๆก่อน นาย ก, นาย ข, นาย ค บังเอิญมีบ้านติดกัน ถนนหน้าบ้านเป็นทางสาธารณะที่ต้องใช้ร่วมกัน นาย ก. เลี้ยงสุนัขไว้ 1 ตัว เจ้าตูบชอบเดินทางไปมาหาสู่นายค. เนื่องจากนายค. เป็นคนใจดีชอบเอาอาหารมาเลี้ยง ปัญหาจะไม่เกิดขึ้น ถ้า เจ้าตูบไม่แวะไปเล่นกับนายค. ตอนเช้า แล้วกลับมานอนกับนายก. ตอนกลางคืน แต่เวลากลางวันดันไป ปัสสาวะ และอุจจาระหน้าบ้านของนาย ข.</p>
<p>ปัญหาหลัก ตกอยู่ที่ นาย ข. สุนัขก็ไม่ได้เลี้ยง เล่นก็ไม่ได้เล่น ต้องมานั่งตามเก็บ อุจจาระสุนัข จะมานั่งดักเอาหนังสติ๊กยิงหัวขณะเจ้าตูบทำการ ก็กลัวจะโดน นาย ก. กับ นาย ค. รุมสกรัม ครั้นจะไปขอร้อง นาย ก. กับ นาย ค. ก็คงอ้างว่าเป็น “เรื่องของหมา” และพื้นที่หน้าบ้านก็ไม่ใช่ของนาย ข. เจอคำตอบแบบนี้ นาย ข. คงต้องนั่งตักขี้หมาไปตลอดชีวิตที่เหลืออยู่!?!</p>
<p>การแก้ปัญหานี้ ต้อง เจาะจงให้ถึงต้นตอของปัญหาที่แท้จริง เพราะถ้าเราแค่ “เห็นปัญหา”แต่วิเคราะห์ไม่ได้ว่า “ต้นตอ” อยู่ตรงไหน การแก้ไขก็ไม่สะเด็ด! โดยเฉพาะงานนี้มีผู้เกี่ยวข้องถึง 2 คน และ 1 หมา</p>
<p>หาก มองผิวเผินก็คือความผิดอยู่ที่นาย ก. มีสุนัขแต่ไม่รู้จักดูแลให้มันขับถ่ายเป็นที่เป็นทาง แถม นาย ค. ดันเอาขนมมาล่อ ทำให้สุนัขต้องข้ามถิ่นผ่านบ้านนาย ข.ไปกินขนม โดยเฉพาะเจ้าสุนัขนี่ แทนที่จะกินบนเรือน (นาย ค.) แล้วขี้บนหลังคา (บ้านนาย ค.) ด้วย กลับทำตัวเป็นหมารู้คุณคน มาอาศัยหน้าบ้าน นาย ข. (ซึ่งไม่ใช่เจ้าของและคนเลี้ยง) เป็นส้วมเสียนี่ !?!</p>
<p>ถ้ามองปัญหาแบบ นี้ แก้ไขอะไรไม่ได้เลย จะไปห้าม นาย ก. เลี้ยงหมา ก็คงไม่ได้ มันเป็นรสนิยมของเขา จะห้ามนาย ค. เลี้ยงขนมหมาก็ไม่ได้อีก เพราะเขาถือตนเป็นคนใจบุญ ครั้นจะให้สุนัข หยุดอุจจาระหน้าบ้าน นาย ข. ก็คงทำไม่ได้อีก เพราะหมาคงบอกว่าจะให้เนรคุณคนเลี้ยง กับคนให้ขนม มันคงทำใจยาก!</p>
<p>เพราะฉะนั้นต้นตอของปัญหาที่แท้จริง อยู่ที่ “ขี้หมา” ครับ!?!</p>
<p>ถ้า นาย ข. ขจัด “ขี้หมา” ออกไป ก็ไม่มีปัญหา นาย ก. และ นาย ค. ก็คงชื่นชมในความเสียสละกล้าหาญของ นาย ข. โดยเฉพาะเจ้าหมากตัญญูนั่น มันคงรู้คุณเข้าสักวัน!</p>
<p>คำถามคือ “โอกาส” อยู่ตรงไหน!?! ถ้า “อุจจาระสุนัข” คือวิกฤติ!?!</p>
<p>โอกาส อยู่ตรงที่ว่า “ปัญหา” นั้นมีประโยชน์หรือไม่ ต้องรู้จักวิเคราะห์ และประยุกต์ให้เกิด “คุณค่า” ได้หรือเปล่า !?! ถ้า นาย ข. วิเคราะห์แล้วว่า “ขี้หมา” นี้สามารถใช้เป็นปุ๋ย บำรุงพืชได้ นาย ข. ก็แปลงทางเดินหน้าบ้านให้เป็นสวนครัวส่วนหนึ่ง จัดสรรพื้นที่เป็นสุขาให้เจ้าตูบโดยเฉพาะ เพียงเท่านี้ นาย ข. ก็ไม่ต้องเสียเวลาขจัดขี้หมา ไม่เสียเงินตราซื้อปุ๋ยมาบำรุงพืช แถมผักที่เติบโตขึ้นมาก็ยังเก็บไว้รับประทาน หรือ ทำเป็นผักออแกนิคเก็บขายหารายได้พิเศษเพิ่ม</p>
<p>ส่วน เจ้าตูบ หรือ “ตัวผลิตปุ๋ย” นาย ข. ก็ไม่ต้องไปรับผิดชอบอะไร ถ้ามันไปกัดใครเข้า นาย ก. ก็ต้องเป็นผู้แบกรับค่าเสียหายนั้น หรือแม้แต่ค่าเลี้ยงดู ก็มี นาย ค. เป็นสปอนเซ่อร์ให้</p>
<p>คิดและทำได้แค่นี้ ขี้คร้าน นาย ข. อยากจะให้เจ้าหมาแสนรู้มา “ขี้” ที่หน้าบ้านทุกวัน!?</p>
<p>2. ล้างหม้อ รอโอกาส ปัญหาบางอย่างที่เกิดขึ้น ต้องอาศัยเวลา ตั้งสติเสียก่อน บางครั้ง โอกาสยังมาไม่ถึง ดันทุรังไป ปัญหาอาจบานปลายและลุกลามใหญ่โต จนยากจะเยียวยา เปรียบดังการล้างถ้วยชาม หรือแม้แต่หม้อหุงข้าว ถ้าใช้เสร็จแล้วรีบล้าง จะเห็นว่าต้องเปลืองน้ำและเปลืองแรง ต้องใช้ฝอยลวดขัด ทำความสะอาดยาก แต่หากรองน้ำตั้งแช่ไว้สักช่วงเวลาหนึ่ง คราวนี้แค่เอาฟองน้ำลูบ คราบไคลต่างๆ ก็จะหลุดร่อนออกอย่างง่ายดาย</p>
<p>กรณีศึกษา ล้างหม้อ รอโอกาสนี้ ขยับขึ้นมาอยู่ในห้างใหญ่ใจกลางกรุง เมื่อครั้นเทศกาลตรุษจีน ทางศูนย์การค้า คิดจะ “แต๊ะเอีย” ให้กับร้านค้าผู้เช่า เลยเปิดโถงทางเดินใหญ่ ให้ร้านค้าที่เช่าอยู่กับห้างฯ มาเกินห้าปี ออกมาจัดบู๊ทขายสินค้าตรงบริเวณนี้ได้ฟรี ปัญหามีอยู่ว่า ร้านที่ขายสินค้าประเภทเดียวกันต้องตั้งติดกันโดยแบ่งเป็นโซนๆ ในส่วนของสินค้าพวกเครื่องประดับ เสื้อผ้า นั้นไม่เท่าไหร่ ต่างคนต่างขาย ช่วยกันดึงลูกค้าไม่ชอบแบรนด์นี้ ก็มีแบรนด์นั้นให้เลือกอยู่ใกล้ๆ แต่ร้านขายเทป กับซีดีนี่สิ พอมาตั้งใกล้ประชันกัน มันเกิดเรื่อง “ดัง” ทีเดียว เพราะแต่ละเจ้าขนลำโพงกันมาไม่ต่ำกว่าร้อยวัตต์</p>
<p>ลำโพงนะครับ ไม่ใช่เก้าอี้ จะเอามาตั้งให้พนักงานขึ้นไปนั่งเงียบๆ เรียกลูกค้าได้อย่างไร!?</p>
<p>ร้าน “นิ่งเตะ” เปิดดังไม่ว่า แต่ดันหันปากกรวยลำโพงไปยังร้าน &#8220;สงบยัน&#8221; มันก็เลยเป็นปัญหากระทบกระทั่ง เมื่อร้าน “สงบยัน” หันปากกระบอกลำโพงส่องไปยังร้าน “นิ่งเตะ” พร้อมเปิดเพลงกระหน่ำกลับทันที !<br />
ร้อนถึง “คนกลาง” อย่าง รปภ. ห้าง มาห้าม ทั้งสองฝ่ายก็เกี่ยงกันว่าให้ฝ่ายตรงข้ามต้องเป็นฝ่ายลดเสียงก่อน</p>
<p>ไม่ต้องห่วง “ลูกค้า” แตกกระเจิงเรียบร้อย เพราะตรงนั้น กลายเป็นแดนอันตรายหู ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ไปเลือกซื้อของ ทั้งสองร้าน ขายอะไรไม่ได้อยู่แล้ว ซ้ำร้ายกว่านั้น เจ้าของฯ ทั้งสองร้าน ถูกผู้บริหารศูนย์การค้าฯ เรียกไปตักเตือน แล้วขึ้นบัญชีดำ ว่าตรุษจีนปีต่อไปๆ อดอั่งเปาแบบนี้อีกแน่นอนแล้ว&#8230;</p>
<p>กรณีนี้ชี้ให้เห็นว่า แม้ร้าน นิ่งเตะ จะเป็นผู้ก่อเรื่อง แต่ เจ้าของร้านสงบยัน นั้นแทนที่จะตั้งสติเมื่อเจอปัญหาร้านคู่แข่งเปิดเสียงดัง คิดไปเองว่าเป็นเรื่อง “เสียศักดิ์ศรี” ยอมไม่ได้ เลยสั่งลูกน้องเปิดศึกทันที แถมเพลงที่เปิดยังเป็นเสียงนักร้องที่ยั่วยวนโมโหเข้าไปอีก ด้วยเพลง “ไม่เท่าไหร่หรอก ไม่เท่าไหร่หรอกงานนี้&#8230;&#8230;&#8230;” โดยที่ตัวเองนั้น ขายของไม่ได้ ขาดทุนไปไม่รู้เท่าไหร่ ยังไม่รู้ตัว เพราะถึงแม้ว่าไม่ต้องเสียค่าเช่าพื้นที่ แต่ก็เสียค่าขนส่งสินค้า, ค่าชั้นโชว์, พนักงานขาย และสต๊อกสินค้าที่มาจมอยู่มากมายแต่ขายไม่ได้ เพราะมัวทะเลาะกับคู่แข่ง..</p>
<p>ดังนั้น เวลาที่ปัญหาเข้ามา อย่าเพิ่งใช้อารมณ์เด็ดขาด ถ้ายังไม่รู้จะแก้ไขอย่างไร ต้องดึงตัวเองออกจากสถานการณ์นั้นก่อน แล้วค่อยๆ พิจารณา เพราะทางออกของปัญหานี้มีทางเลือกมากมาย</p>
<p>1. แจ้งให้ ผู้ดูแลกิจกรรมการตลาดนี้ ทราบถึงปัญหา เพื่อให้ช่วยไกล่เกลี่ย วิธีนี้เป็นการให้ คนกลางเข้ามาทำหน้าที่ แต่สิ่งสำคัญต้องเป็นผู้ที่เกี่ยวข้อง และมีอำนาจในการพูดให้ฝ่ายตรงข้าม เชื่อหรือฟังได้<br />
2. เปิดการเจรจา กับเจ้าของร้านคู่แข่งอย่างตรงไปตรงมา หาทางออกในการที่จะแก้ไขปัญหาร่วมกัน เช่น การเปิดเพลงกันคนละช่วงเวลา โดยวิธีการนี้ยังช่วยประหยัดค่าไฟ ยืดอายุการใช้งานของเครื่องขยายเสียงและลำโพงของแต่ละฝ่ายอีกด้วย<br />
3. ให้พนักงานปลอมตัวไปเป็นคนซื้อร้านตรงข้าม แล้วขอให้ลองเปิดฟังเพลงที่ร้านตัวเองมีขายด้วย วิธีนี้ดูเจ้าเล่ห์ไปหน่อย แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีคนทำกัน!<br />
4. เปิดเพลงอ้อนวอน จีบเป็นพันธมิตรคู่ค้า เช่น เพลงจำเลยรัก “เจ็บแค้น เคืองโกรธ โทษฉันไย ฉันทำอะไรให้เธอเคืองขุ่น&#8230;&#8230;” เผลอ ๆ เจ้าของร้านทั้งคู่ต่างมีลูกสาว และลูกชายอาจก่อเกิดเป็นความรัก เข้าทำนอง “เรือล่มในหนอง ทองจะไปไหน”<br />
ความจริงยังมีอีกหลายวิธีมาก หากผู้ที่กำลังประสบปัญหา ค่อยๆ คิด ตั้งสติ บางครั้งอาศัย “เวลา” ก็ช่วย “เยียวยา” ปัญหาให้ทุเลาเบาบาง</p>
<p>ที่สำคัญ อย่ารีบเจรจา ถ้า “อารมณ์” ยังเป็นใหญ่!</p>
<p>3. กระจกหกด้าน เป็นชื่อรายการสารคดียอดฮิต ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 7 สี ซึ่งออกอากาศมาหลายปีแล้ว เนื้อหาเขาบอกว่า คนเราชอบมองกระจกเพียงด้านเดียว คือยึดตัวเองเป็นหลัก ไม่ได้มองหรือ “ลืม” ดูองค์ประกอบอื่นๆ ดังนั้น การแก้ปัญหา ถ้ายึดหลักตัวเองถูกเสมอ หลายปัญหาก็ไม่มีทางออก ต้องรู้จัก ลดอัตตาตัวเองลงบ้าง วงธรรมะบอกว่า ตัวกู ยังไม่ใช่ของกู แล้วทำไมเราจะไปยึดว่า เราต้องได้ ต้องเป็น ต้องมีสิ่งนั้น สิ่งนี้ ทุกเรื่อง</p>
<p>ปัญหาหนักหนาบางเรื่อง แค่ปล่อย ก็ลอยตัวแล้ว</p>
<p>นิทาน ปรัมปราเรื่องหนึ่ง เล่าเรื่อง ความกลุ้มใจของปู่ที่ลูกหลานมักหาเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันอยู่ตลอดเวลา วันหนึ่ง ปู่จึงนำตะเกียงมานั่งแล้วจุดไฟให้ลูกหลานดูผ่านกระจกสี่ด้าน แล้วถามลูกหลานที่นั่งกันคนละด้านว่า เห็นไฟในตะเกียงสีอะไรกันบ้าง<br />
ลูกชายคนที่หนึ่งตอบว่าสีแดง, คนที่สองแย้งว่า เหลืองชัดๆ , หลานคนแรกบอกเขียว และหลานคนที่สองก็บอกว่าน้ำเงินแน่ๆ<br />
แล้วทุกคนก็โยนให้ปู่ “ตัดสิน” ปัญหานี้ ว่าที่ถูกแล้ว ไฟในตะเกียงสีอะไรกันแน่!?</p>
<p>ปู่ไม่ตอบ บอกให้ทุกคนลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วสลับที่กันนั่งใหม่!</p>
<p>เมื่อ ตั้งคำถามเดิมอีก คราวนี้ทุกคนเปลี่ยนคำตอบหมด เพราะไฟที่อยู่ตรงหน้าแต่ละคนนั้นมีกระจกสีที่ไม่เหมือนกันกั้นอยู่ คนที่มองไฟผ่านกระจกสีแดง ก็จะเห็นเป็นสีแดง, คนมองผ่านกระจกสีเหลืองก็ว่าต้องเป็นสีเหลือง คนอื่นๆ ก็เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่นั่งและสีของกระจกที่มอง</p>
<p>ถ้าอยากรู้ว่าไฟสีอะไร ทุกคนต้องยืนขึ้น แล้วก็ก้มดูช่องตรงกลางโดยไม่ผ่านกระจกสี ที่แทนอัตตาของแต่ละคน</p>
<p>การ แก้ไขปัญหาใดๆ ก็แล้วแต่ ต้องมองให้รอบด้าน อย่ามองโดยอคติของตัวเอง ว่าความคิดเห็นของคนอื่นไม่ดี ไม่ถูกต้องเสียหมด ต้องรู้จักเปิดใจ ต้องเข้าไปนั่งในความรู้สึกของเขา และตั้งข้อสงสัยว่าทำไม เขาจึงคิด จึงเห็นไม่เป็นเช่นเรา ก็เหมือนที่ปู่ให้ลูกหลานแต่ละคนลุกแล้วก็เปลี่ยนที่นั่ง จะได้รู้จักเปลี่ยนมุมมอง เข้าใจความรู้สึกคนอื่น</p>
<p>การแก้ไขปัญหาแบบ นี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ต้องฝึกเป็นคนใจกว้าง เอาใจเขามาใส่ใจเรา ทั้งสองฝ่ายก็ต้องรู้จักประนีประนอม ไม่มีผู้แพ้และผู้ชนะ รู้จักถอยคนละก้าว ปัญหาต่างๆ ก็จะคลี่คลายได้ โดยไม่ต้องใช้ความรุนแรง!</p>
<p>ปัญหาไหนจะแก้ด้วยวิธีการในข้อใด ก็ต้องใช้สติปัญญา โดยเฉพาะต้องเข้าใจคู่กรณี และต้นตอของปัญหาอย่างแท้จริงเสียก่อน !</p>
<div class="al2fb_comments_plugin"><div id="fb-root"></div><script type="text/javascript">
(function(d, s, id) {
  var js, fjs = d.getElementsByTagName(s)[0];
  if (d.getElementById(id)) return;
  js = d.createElement(s); js.id = id;
  js.src = "//connect.facebook.net/en_US/all.js#xfbml=1&appId=381235355226671";
  fjs.parentNode.insertBefore(js, fjs);
}(document, "script", "facebook-jssdk"));
</script>
<fb:comments num_posts="15" width="630" colorscheme="light" href="http://www.49tennis.com/rqclub/?p=474"></fb:comments></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.49tennis.com/rqclub/?feed=rss2&#038;p=474</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อกหักเพราะกรรม</title>
		<link>http://www.49tennis.com/rqclub/?p=471</link>
		<comments>http://www.49tennis.com/rqclub/?p=471#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 12 Feb 2012 18:14:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Diary]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.49tennis.com/rqclub/?p=471</guid>
		<description><![CDATA[เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อ 20 กว่าปีก่อน ผมเคยอกหักกับผู้หญิงคนหนึ่ง ผมก็ไม่รู้ว่าผมทำกรรมอะไรไว้ จึงส่งผลให้ผมต้องอกหัก วันหนึ่งผมก็ไปกราบนมัสการพระพรหมที่โรงแรมแกรนไฮเอ็ตเอราวัน อธิษฐานจิตขอให้พระพรหมช่วย แต่ถ้าท่านช่วยผมไม่ได้ อย่างน้อย ผมก็ขออนุญาตให้ท่านช่วยมาตอบปัญหาผมหน่อยว่า ทำไมคนดีๆอย่างผม ที่เป็นคนชอบทำบุญ และช่วยเหลือคนอื่นมามาก อีกทั้งยังชอบทำสมาธิ เหตุใด? หรือทำไม? ผมจึงต้องประสพกับชะตากรรมอกหักเช่นนี้ เนื่องจาก ผมเป็นคนที่ฝรั่งเขาเรียกว่า มีSIXSENSE สามารถติดต่อกับเหล่าวิญญาณในปรโลกได้ ดังนั้น ผมจึงเชื่อว่า พระพรหมจะต้องมาหาผมอย่างแน่นอน เพราะไม่มีเหตุผลอะไร ที่ท่านจะปฏิเสทการมาหาผม แล้วท่านก็มาหาผมจริงๆ&#8230;&#8230; เวลาผ่านไปไม่ถึงสัปดาห์ ที่บ้านผมก็มีแขกผู้มีเกียรติท่านหนึ่งมาหา ด้วยกระแสพลังของท่าน ผมรู้ว่าท่านเป็นเทพชั้นสูงมากๆ แต่นึกไม่ถึงว่า ท่านจะเป็นถึงพระพรหม ดวงวิญญาณของท่านเป็นวิญญาณมนุษย์ชั้นเทพภูมิสูงมากๆ ผมจำคำสอนของพระพุทธองค์ได้ว่า มนุษย์ผู้ใดประกอบไปด้วยพรหมวิหาร 4 มนุษย์ผู้นั้นเมื่อตายในฌาน 4 เขาจะได้ไปเกิดในชั้นพรหม และอาจจะได้เป็นพระพรหม ผมสงสัยว่า ตำแหน่งพระพรหมนี้ไม่ใช่ตำแหน่งตายตัวที่ผูกขาดอยู่กับวิญญาณดวงเดียว อาจมีการสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป นอกจากนี้ พระพรหมองค์นี้ก็ไม่น่าใช่พระพรหม หรือพระเจ้าผู้สร้างสรรพสิ่งในโลกอย่างแน่นอน แต่ท่านมาประจำอยู่ตรงนี้ได้ ก็ด้วยความบริสุทธิ์ในวิญญาณของท่าน ซึ่งประกอบไปด้วยเมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="al2fb_like_button"><div id="fb-root"></div><script type="text/javascript">
(function(d, s, id) {
  var js, fjs = d.getElementsByTagName(s)[0];
  if (d.getElementById(id)) return;
  js = d.createElement(s); js.id = id;
  js.src = "//connect.facebook.net/en_US/all.js#xfbml=1&appId=381235355226671";
  fjs.parentNode.insertBefore(js, fjs);
}(document, "script", "facebook-jssdk"));
</script>
<fb:like href="http://www.49tennis.com/rqclub/?p=471" send="true" layout="standard" show_faces="false" width="25" action="like" font="arial" colorscheme="light" ref="AL2FB"></fb:like></div><p><strong>เรื่องมีอยู่ว่า</strong><br />
เมื่อ 20 กว่าปีก่อน ผมเคยอกหักกับผู้หญิงคนหนึ่ง ผมก็ไม่รู้ว่าผมทำกรรมอะไรไว้ จึงส่งผลให้ผมต้องอกหัก วันหนึ่งผมก็ไปกราบนมัสการพระพรหมที่โรงแรมแกรนไฮเอ็ตเอราวัน อธิษฐานจิตขอให้พระพรหมช่วย แต่ถ้าท่านช่วยผมไม่ได้ อย่างน้อย ผมก็ขออนุญาตให้ท่านช่วยมาตอบปัญหาผมหน่อยว่า ทำไมคนดีๆอย่างผม ที่เป็นคนชอบทำบุญ และช่วยเหลือคนอื่นมามาก อีกทั้งยังชอบทำสมาธิ เหตุใด? หรือทำไม? ผมจึงต้องประสพกับชะตากรรมอกหักเช่นนี้</p>
<p>เนื่องจาก ผมเป็นคนที่ฝรั่งเขาเรียกว่า มีSIXSENSE สามารถติดต่อกับเหล่าวิญญาณในปรโลกได้ ดังนั้น ผมจึงเชื่อว่า พระพรหมจะต้องมาหาผมอย่างแน่นอน เพราะไม่มีเหตุผลอะไร ที่ท่านจะปฏิเสทการมาหาผม</p>
<p>แล้วท่านก็มาหาผมจริงๆ&#8230;&#8230; เวลาผ่านไปไม่ถึงสัปดาห์ ที่บ้านผมก็มีแขกผู้มีเกียรติท่านหนึ่งมาหา ด้วยกระแสพลังของท่าน ผมรู้ว่าท่านเป็นเทพชั้นสูงมากๆ แต่นึกไม่ถึงว่า ท่านจะเป็นถึงพระพรหม ดวงวิญญาณของท่านเป็นวิญญาณมนุษย์ชั้นเทพภูมิสูงมากๆ ผมจำคำสอนของพระพุทธองค์ได้ว่า มนุษย์ผู้ใดประกอบไปด้วยพรหมวิหาร 4 มนุษย์ผู้นั้นเมื่อตายในฌาน 4 เขาจะได้ไปเกิดในชั้นพรหม และอาจจะได้เป็นพระพรหม</p>
<p>ผมสงสัยว่า ตำแหน่งพระพรหมนี้ไม่ใช่ตำแหน่งตายตัวที่ผูกขาดอยู่กับวิญญาณดวงเดียว อาจมีการสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป นอกจากนี้ พระพรหมองค์นี้ก็ไม่น่าใช่พระพรหม หรือพระเจ้าผู้สร้างสรรพสิ่งในโลกอย่างแน่นอน แต่ท่านมาประจำอยู่ตรงนี้ได้ ก็ด้วยความบริสุทธิ์ในวิญญาณของท่าน ซึ่งประกอบไปด้วยเมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา</p>
<p>พระพรหมท่านไม่ได้เสด็จเข้ามาในบ้านผมหรอก ท่านยืนอยู่หน้าประตูบ้าน แล้วท่านก็ตอบคำถามผม แต่ไม่ใช่ด้วยคำพูดนะครับ ท่านเนรมิตให้มีดวงวิญญาณดวงหนึ่งพุ่งขึ้นมาจากใต้โซฟาของผม และทะลุโซฟาที่ผมนอน เข้ามากอดผมทางด้านหลังแบบพิศวาส จู่ๆ ผมก็รู้คำตอบขึ้นมาทันทีเลยว่า บาปกรรมทางเพศที่ผมทำหลายสิบครั้งสมัยวัยรุ่น มันไม่ได้หายไปไหน ความจริงผมต้องรับผลของกรรมเมื่อเกิดใหม่ในชาติหน้า หรือรับโทษในนรกภูมิ โดยต้องถูกพวกลักเพศเรียงคิว หรือไม่ก็รุมโทรมในนรก<br />
แต่ด้วยเหตุที่ผมได้และจะได้เข้าใจในแก่นธรรม และจะทำสมถและวิปัสสนากรรมฐานดีขึ้นเรื่อยๆใน(อนาคต)ชาตินี้ ทำให้กรรมนี้ตามผมไปในสวรรค์หรือในชาติหน้าไม่ได้ การอกหักของผมในชาตินี้ ก็เป็นผลมาจากบาปกรรมดังกล่าวนั่นเอง เพราะมันเป็นกรรมหนัก ถ้าผมไม่ได้<strong>ละวางจากความรัก</strong> จะมีผลที่เลวร้ายอื่นๆ ตามมา แต่ผมสามารถละวางจากความรักได้ บาปกรรมนั้นได้ส่งผลถึงตัวผมแล้ว แต่มันดันเข้าไปทำร้ายจิตใจผมไม่ได้เอง( หมายถึง ได้ แต่ไม่มากเท่าที่ควร)</p>
<p>พอพระพรหมให้ผมรับรู้ผลของกรรมนี้ในนรก ตอนนั้น ผมไม่ได้ปฏิเสทแต่อย่างใด คิดแต่ว่า เราทำกรรมเหล่านั้นจริง และเราก็ขอยอมรับผลของกรรมนั้นด้วยความเต็มใจ ยอม รับโทษในนรก หลังจากนั้น ผมทำสมาธิและท่อง<strong> &#8220;รัก เมตตา กรุณา และให้อภัย&#8221;</strong> ไป 2-3 เที่ยว เมื่อจิตเป็นสมาธิมั่นคงแล้ว ร่างของดวงวิญญาณที่พระพรหมท่านเนรมิตมาก็สลายไป</p>
<p>เหมือนกับพระพรหมจะบอกกับในจิตว่า ผลของบาปนั้นไม่มีแล้ว ผมก็เลยสงสัยว่า&#8230;.. ยังไม่ทันคิดจบ เหมือนกับพระพรหมท่านรู้ว่า ผมสงสัยอะไรอยู่ ท่านก็ตอบให้ผมรู้ในใจว่า คำตอบนั้นอยู่ในพระไตรปิฎก แล้วผมจะพบคำตอบเอง</p>
<p>เมื่อผมพบแล้วว่า การก้าวล่วงบาปกรรมทำให้วิบากกรรมที่จะส่งผลถึงเรานั้นจะเบาบางลง ส่วนในปรโลกวิบากกรรมนั้นจะกลายเป็นเศษกรรม ผมจึงนำเรื่องนี้มานำเสนอในทุกเว็บศาสนาที่ผมเข้าไป</p>
<div class="al2fb_comments_plugin"><div id="fb-root"></div><script type="text/javascript">
(function(d, s, id) {
  var js, fjs = d.getElementsByTagName(s)[0];
  if (d.getElementById(id)) return;
  js = d.createElement(s); js.id = id;
  js.src = "//connect.facebook.net/en_US/all.js#xfbml=1&appId=381235355226671";
  fjs.parentNode.insertBefore(js, fjs);
}(document, "script", "facebook-jssdk"));
</script>
<fb:comments num_posts="15" width="630" colorscheme="light" href="http://www.49tennis.com/rqclub/?p=471"></fb:comments></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.49tennis.com/rqclub/?feed=rss2&#038;p=471</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การเมือง จากแนวคิดรัฐศาสตร์ กับเศรษฐศาสตร์</title>
		<link>http://www.49tennis.com/rqclub/?p=469</link>
		<comments>http://www.49tennis.com/rqclub/?p=469#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 12 Feb 2012 18:07:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Column]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.49tennis.com/rqclub/?p=469</guid>
		<description><![CDATA[เศรษฐศาสตร์ มองการเมืองคือ ทุนนิยม ประชาธิปไตย รัฐศาสตร์ มองการเมือง คือ  เผด็จการ แบบสังคมนิยม อเมริกา  กับการต่อสู้ ทางการเมือง รัฐเซีย อเมริกาใช้แนวคิด สงคราวมเย็น  ระบบเศรษฐศาสตร์ ทุนนิยม คือ เสรีภาพ แต่ปกครองแบบคอมมิวนิสต์ คอมมิวนิสต์ คือ อำนาจ เบ็ดเสร็จ   ที่คุณต้องทำตาม การเลิกทาส  จริงๆ แล้ว เพื่อ ทำลายอำนาจของชนชั้นปกครองลง ไม่ได้มีเหตุผล สำหรับประชาชนทั่วไป ระบบการเมืองต่าง ๆ มีรูปแบบมากมาย เพื่อ เป็นการแบ่งปันอำนาจ ผลประโยชน์ ทางทรัยากร   ไม่ได้มีเหตุผล สำหรับประชาชนทั่วไป &#160;]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="al2fb_like_button"><div id="fb-root"></div><script type="text/javascript">
(function(d, s, id) {
  var js, fjs = d.getElementsByTagName(s)[0];
  if (d.getElementById(id)) return;
  js = d.createElement(s); js.id = id;
  js.src = "//connect.facebook.net/en_US/all.js#xfbml=1&appId=381235355226671";
  fjs.parentNode.insertBefore(js, fjs);
}(document, "script", "facebook-jssdk"));
</script>
<fb:like href="http://www.49tennis.com/rqclub/?p=469" send="true" layout="standard" show_faces="false" width="25" action="like" font="arial" colorscheme="light" ref="AL2FB"></fb:like></div><p>เศรษฐศาสตร์ มองการเมืองคือ ทุนนิยม ประชาธิปไตย</p>
<p>รัฐศาสตร์ มองการเมือง คือ  เผด็จการ แบบสังคมนิยม</p>
<p>อเมริกา  กับการต่อสู้ ทางการเมือง รัฐเซีย</p>
<p>อเมริกาใช้แนวคิด สงคราวมเย็น  ระบบเศรษฐศาสตร์</p>
<p>ทุนนิยม คือ เสรีภาพ แต่ปกครองแบบคอมมิวนิสต์</p>
<p>คอมมิวนิสต์ คือ อำนาจ เบ็ดเสร็จ   ที่คุณต้องทำตาม</p>
<p>การเลิกทาส  จริงๆ แล้ว เพื่อ ทำลายอำนาจของชนชั้นปกครองลง ไม่ได้มีเหตุผล สำหรับประชาชนทั่วไป</p>
<p>ระบบการเมืองต่าง ๆ มีรูปแบบมากมาย เพื่อ เป็นการแบ่งปันอำนาจ ผลประโยชน์ ทางทรัยากร   ไม่ได้มีเหตุผล สำหรับประชาชนทั่วไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<div class="al2fb_comments_plugin"><div id="fb-root"></div><script type="text/javascript">
(function(d, s, id) {
  var js, fjs = d.getElementsByTagName(s)[0];
  if (d.getElementById(id)) return;
  js = d.createElement(s); js.id = id;
  js.src = "//connect.facebook.net/en_US/all.js#xfbml=1&appId=381235355226671";
  fjs.parentNode.insertBefore(js, fjs);
}(document, "script", "facebook-jssdk"));
</script>
<fb:comments num_posts="15" width="630" colorscheme="light" href="http://www.49tennis.com/rqclub/?p=469"></fb:comments></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.49tennis.com/rqclub/?feed=rss2&#038;p=469</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มองกฏใหญ่สำคัญกว่าไหม</title>
		<link>http://www.49tennis.com/rqclub/?p=465</link>
		<comments>http://www.49tennis.com/rqclub/?p=465#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 12 Feb 2012 18:00:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Column]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.49tennis.com/rqclub/?p=465</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้ผมได้แง่คิดจากป้าคนหนึ่ง บางครั้ง การที่เรารักเพื่อนพ้องมากเกินไป เห็นกับประโยชน์ตัวเอง ว่า ประโยชน์ที่เราได้รับนั่น ก้อคิดว่าน่าจะ เกิดประโยชน์กับคนอื่นด้วย ซึ่งการคิดแบบนี้ คุณคิดคนเดียวหรือเปล่า คิดเข้าข้างตัวเองว่า การทำอย่างนี้ เป็นสิ่งที่ถูกต้อง โดยลืมมองไปว่า กฏใหญ่มีความสำัคัญมากกว่า ได้ทำตามตรงนี้หรือไม่ ยังมีอาจารย์ท่านหนึ่ง ได้ค่อยตักเตือนเสมอ เรื่องการระมัดระวัง ตัวเอง เพราะ เราทำงานในส่วนร่วม เป็นตัวอย่างให้คนอื่น คนภายนอก หรือระบบทั้งระบบ ยัง moniter เราอยู่  ยัง ครอบคลุม ทุกคนอยู่ บางครั้งการได้เพียงนิดหน่อย กับการฝ่าฝืนกฏหลัก หรือ เราเพียงคิดว่า สิ่งที่ทำ คนอื่นเห็นชัดว่าดีแล้ว หัวเราะ หากท่านได้ลองออกไป แล้วหันมองเข้ามา สิ่งกระทำอยู่  คือ ผิด มองกฏใหญ่สำคัญกว่าไหม    หากคิดเพียงเท่านี้  ท่านจะเติบโตเพียงแค่วันนี้  เพียงแค่ชั่วคราว  หากท่านต้องการสร้างสิ่งที่ถูกต้อง  ท่านต้องมองกฏใหญ่สำคัญกว่า เพราะถ้าเราทำถูกต้อง คนรอบข้างจะสนับสนุนเรา การทำงานใหญ่ ต้องอ่อนน้อม ถ่อมตน ลดทิฐิต่างๆ     [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="al2fb_like_button"><div id="fb-root"></div><script type="text/javascript">
(function(d, s, id) {
  var js, fjs = d.getElementsByTagName(s)[0];
  if (d.getElementById(id)) return;
  js = d.createElement(s); js.id = id;
  js.src = "//connect.facebook.net/en_US/all.js#xfbml=1&appId=381235355226671";
  fjs.parentNode.insertBefore(js, fjs);
}(document, "script", "facebook-jssdk"));
</script>
<fb:like href="http://www.49tennis.com/rqclub/?p=465" send="true" layout="standard" show_faces="false" width="25" action="like" font="arial" colorscheme="light" ref="AL2FB"></fb:like></div><p>วันนี้ผมได้แง่คิดจากป้าคนหนึ่ง บางครั้ง การที่เรารักเพื่อนพ้องมากเกินไป เห็นกับประโยชน์ตัวเอง ว่า ประโยชน์ที่เราได้รับนั่น ก้อคิดว่าน่าจะ</p>
<p>เกิดประโยชน์กับคนอื่นด้วย ซึ่งการคิดแบบนี้ คุณคิดคนเดียวหรือเปล่า คิดเข้าข้างตัวเองว่า การทำอย่างนี้ เป็นสิ่งที่ถูกต้อง</p>
<p>โดยลืมมองไปว่า กฏใหญ่มีความสำัคัญมากกว่า ได้ทำตามตรงนี้หรือไม่</p>
<p>ยังมีอาจารย์ท่านหนึ่ง ได้ค่อยตักเตือนเสมอ เรื่องการระมัดระวัง ตัวเอง เพราะ เราทำงานในส่วนร่วม เป็นตัวอย่างให้คนอื่น คนภายนอก หรือระบบทั้งระบบ ยัง moniter</p>
<p>เราอยู่  ยัง ครอบคลุม ทุกคนอยู่</p>
<p>บางครั้งการได้เพียงนิดหน่อย กับการฝ่าฝืนกฏหลัก หรือ เราเพียงคิดว่า สิ่งที่ทำ คนอื่นเห็นชัดว่าดีแล้ว หัวเราะ</p>
<p>หากท่านได้ลองออกไป แล้วหันมองเข้ามา</p>
<p>สิ่งกระทำอยู่  คือ ผิด</p>
<p>มองกฏใหญ่สำคัญกว่าไหม    หากคิดเพียงเท่านี้  ท่านจะเติบโตเพียงแค่วันนี้  เพียงแค่ชั่วคราว  หากท่านต้องการสร้างสิ่งที่ถูกต้อง  ท่านต้องมองกฏใหญ่สำคัญกว่า</p>
<p>เพราะถ้าเราทำถูกต้อง คนรอบข้างจะสนับสนุนเรา</p>
<p>การทำงานใหญ่ ต้องอ่อนน้อม ถ่อมตน ลดทิฐิต่างๆ     ความสามัคคีี คือ พลังจริงๆ</p>
<p>บทความนี้ กำลังปรับปรุง&#8230;</p>
<div class="al2fb_comments_plugin"><div id="fb-root"></div><script type="text/javascript">
(function(d, s, id) {
  var js, fjs = d.getElementsByTagName(s)[0];
  if (d.getElementById(id)) return;
  js = d.createElement(s); js.id = id;
  js.src = "//connect.facebook.net/en_US/all.js#xfbml=1&appId=381235355226671";
  fjs.parentNode.insertBefore(js, fjs);
}(document, "script", "facebook-jssdk"));
</script>
<fb:comments num_posts="15" width="630" colorscheme="light" href="http://www.49tennis.com/rqclub/?p=465"></fb:comments></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.49tennis.com/rqclub/?feed=rss2&#038;p=465</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

